14.2.51

-- Valentine and life --

ย้อนเวลากลับไป 1 ปี
ตี 5 ของวันนี้ เรากำลังสลบเหมือดอยู่บนรถ

รถที่คว่ำอยู่ตรงเกาะกลางถนน แถมชนต้นไม้ด้วย
(ต้นเท่าแขนน่ะ เล็กนิดเดียว)

เป็นวันวาเลนไทน์ที่ไม่มีวันลืม
เพราะถือว่าเป็นวันวาเลนไทน์ที่พระเจ้าบอกรักอย่างชัดเจน

รักในมุมมองใหม่ ที่ผสมมากับความเจ็บปวดนิดๆ
เจ็บปวดทั้งร่างกายและหัวใจ

วันนี้ก็เลยเป็นวันที่รอคอย
ว่าพระเจ้าจะบอกรักแบบไหน

ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เริ่มง่วงแล้วค่ะ
พระเจ้าอาจจะบอกรักแล้ว แต่ยังไม่ได้ยิน หรือยังไม่เข้าใจ

อีกไม่กี่วันก็จะเข้าในเองล่ะนะ

ย้อนเวลากลับไปอีก 1 ปี
ความรักของวันนั้น มาจนถึงวันนี้ ไม่เคยลดลงเลย

ขอให้ความรักมีเต็มอยู่ในหัวใจของคุณนะคะ
พระเจ้าอวยพร (หัวใจ) ค่ะ

10.2.51

private time?

เหตุเกิดเมื่อวานนี้
หนึ่งเสาร์ที่ไม่ต้องออกไปไหน

วันเสาร์ที่ไม่ต้องออกไปไหน...
เป็นเวลาพักผ่อน นอนยาว
--ไปฟิตเนสออกกำลังกาย
--เคลียร์บ้าน ทำความสะอาดห้อง
--ใช้เวลากับแม่และน้อง
และเก็บรายละเอียดงานในระหว่างสัปดาห์

ตอนเที่ยงเสาร์ที่ผ่านมา ไปฟิตเนส
หลังจากฟิตมาพอแล้ว เตรียมตัวจะเข้าเซาน่า
ปรากฏว่ามี 17 miss called
จากผู้คนหลากหลาย (ที่โทรมาด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน)

น่าตื่นตระหนกตกใจ ว่าเวลาแค่ 1 ชม.
มีคนมากมายต้องวุ่นวาย เพราะไอ้หมี่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ในตู้

หลายเสาร์แล้วที่มีคนต้องการติดต่อ แต่ไม่สามารถ
(เพราะมันไม่รับ ทิ้งโทรศัพท์ไว้ในห้องนอน)
แม้จะเห็น miss called ก็ไม่รู้สึกผิด
เพราะคิดว่าเป็นเวลาส่วนตัว

......


เนื่องจากว่า คนที่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อยังประโยชน์ให้แก่สังคม
... ต้องใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีคุณค่า
เพราะ (อย่างที่ใครๆก็รู้) ว่า การเปลี่ยนโลกน่ะ มันยากและต้องทุ่มเท

ดังนั้น การมีเวลาส่วนตัว ไม่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา

-- นโยบายใหม่ --
++ ห้ามติดต่อไม่ได้ ++

ไปซื้อโทรศัพท์เล็กๆ ห้อยคอซะดีไหมเนี่ย
Ans : good!!!


ขอให้ทุกเวลาวินาทีของหนู มีคุณค่ากับชีวิตคนอื่นนะคะ
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ

7.2.51

ทางโค้ง >>>>>

ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นโรคกระเพาะแบบจริงจัง
ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ ก็จะได้ทำงานร่วมกับสิงคโปร
ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ ก็มีรายการของตัวเองในช่อง 9 อสมท
ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ ก็ได้เขียนเพลงอย่างที่เคยฝันไว้
ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ ก็ได้มาอยู่ที่ Gsus7
ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ ก็เจอเหตุการณ์รถคว่ำ
ใครจะรู้ว่า อยู่ดีๆ พระเจ้าก็เรียกให้เจอกับหนทางอันสนุกสนาน (ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น)

มันเหมือนกับอยู่ดีไม่ว่าดี (ที่จริงตอนแรกอยู่ไม่ดีมากกว่า)...
ตัดสินใจวิ่งมาตามเส้นทางที่น่าตื่นเต้นนี้ แล้วก็เจอทางโค้งตลอดเวลา
เราไม่มีทางรู้เลยว่า ไอ้ที่เรากำลังไปข้างหน้านั่นจะเจออะไร

ถ้ามาทางตรง ก็คงจะพอเห็นเลาๆ ตั้งตัวติดบ้าง
แต่ทางโค้ง เลี้ยวปั๊บเจอ เลี้ยวปุ๊บเจอ

surprise เป็นที่สุด
เจอแบบดีบ้าง ก็ดีไป
เจอแบบโหดร้ายหน่อย
...
ก็ต้องอาศัยความไว้วางใจ ร่วมกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่าที่สามารถ

แล้วเรียนรู้ให้ชิน เพื่อให้เกิดการตอบสนองแบบอัตโนมัติในทางโค้งต่อไป

จะโค้งอันตราย
โค้งแปดศพ
หรือโค้งร้อยศพ
(ว้าย!! มีคำว่าศพในบล๊อก ไม่งามเลย)

มาเลยดีกว่า
ไม่หวั่นค่ะ

สู้เว้ย!!!!

ปวดท้อง

เป็นการปวดท้องที่ยาวนานมหาศาล
ผ่านไป 5 วัน

ใครจะรู้ว่าโรคกระเพาะทำให้ทรมานได้ขนาดนี้

วันนี้แก้ปัญหาการปวดโดยการกินตลอดเวลา
(แต่กินทีละคำเล็กๆนะ)
รู้อยู่ว่าทำให้กระเพาะทำงานหนัก

แต่บางที การที่มันหายปวดตอนนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
(แต่ไอ้ปวดหนักอีกที ข้างหน้า ก็ค่อยไปแก้ปัญหาเอา)

1.2.51

ภาคต่อ

เมื่อวานประมาณว่าอัพไม่เสร็จ
มีอันต้องปิดคอมไปก่อน

ขี้เกียจเขียนใหม่
ชื่อหัวข้อมันยาวเหลือเกินค่ะ

ขอเขียนต่อ

เนื่องจากได้อ่านข้อความหนึ่ง ในนิตยสาร Brigde เล่มล่าสุด
(เป็นนิตยสารที่ดีนะคะ สามารถหาอ่านได้ที่ SE-ED book)
พูดถึงอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ ที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้อำนาจมืดครอบครอง
กลายเป็น ดาร์คเวเดอร์ซะนี่

ว่าแล้วก็นึกถึง นาย ทอม ริดเดิ้ล พ่อมดผู้เก่งกาจ
ที่ปล่อยให้ตัวเองหยิ่ง จนสุดท้ายก็ตายอนาถ
(มาจากหนังสือเรื่อง Harry Potter เล่ม 7
ใครยังไม่อ่านก็ขอโทษด้วยที่ spoil นะคะ อิอิ)

ดับอนาถทั้งคู่

ที่จริง 2 คนนี้เป็นคนที่เก่งระดับ Top ของสังคมนั้นเลยนะ
เก่งแบบหาใครเทียบยาก
ได้รับการคาดหวังและ "อวย" อย่างเต็มที่

... ถ้าใช้มันเพื่องานรับใช้พระเจ้า เอ้ย!! งานช่วยเหลือโลกมนุษย์นะ
โลกอาจจะสงบสุขกว่านี้เยอะ ...


สมมติว่ามีคนแบบนี้อีกสัก 10 คน
หรือมีสัก 100 หรือ 1000 คน

โห...
ความเสียดายบังเกิดค่ะ

อนาคิน สกายวอล์กเกอร์ และ ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ เป็นเรื่องในนวนิยาย
คนที่ควบคุมนิสัย จิตใจ และเรื่องราวของ 2 คนนี้ ก็คือผู้เขียน
จะไปโทษคนเขียนก็คงไม่ได้ (เพราะมีคนแบบนี้อยู่ อ่านแล้วมันก็สนุกดี)

มนุษย์เป็นผู้ที่กำหนดเส้นทางเดินชีวิตของเขาเอง
กำหนดด้วยการใช้ชีวิต และการตัดสินใจในทุกเรื่องราว

การที่จะเป็นเหมือนอนาคิน หรือ นายทอม ริดเดิ้ล
คือคุณต้องแสวงหาความเก่งกาจที่มีได้อย่างไม่จำกัดในชีวิตของคุณ

แต่การที่จะเป็นดาร์คเวเดอร์ หรือ ลอร์ดโวลเดอร์มอร์
คือคุณเชื่อมั่นว่า ความเก่งกาจของคุณ มีเพื่อทำให้ตัวคุณดีกว่าคนอื่น

ประมาณว่าเห็นแก่ตัว อะไรอย่างนั้น

สวัสดีชาวโลก
เลือกให้ถูกทางนะคะ
เสียดายน่ะ

และบทความภาคต่อ ก็จบด้วยประการฉะนี้!!!

31.1.51

อนาคิน สกายวอล์กเกอร์ VS ลอร์ด โวลเดอร์มอร์

นวนิยาย sifi หลายสิปปีก่อน และนวนิยายพ่อมดที่สุดจะฮิตในปัจจุบัน
มีหนึ่งเรื่องที่ให้ข้อคิดไม่ต่างกันกับเรา

เดี๋ยวมาอัพต่อ
ระหว่างรอก็ลองทายดูนะคะ

27.1.51

"สัญญา"

การทำตามสัญญา
รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากนะ ว่าไหม

ในปีหนึ่ง เราให้คำสัญญากับตัวเองไปกี่ข้อ
และให้คำสัญญากับคนอื่นไปกี่ข้อ
.....

แล้วเราทำได้กี่ข้อน้า
กี่ครั้งแล้วที่ให้คำสัญญาแก่คนอื่น
หรือรับปากอะไรสักอย่าง... แล้วก็ไม่ทำ

-- ไม่ใช่ทำไม่ได้
แต่ไม่ทำ --

เวลาที่เรารอคอยคำสัญญาของใครบางคน
...คำสัญญาที่มีคุณค่า และมีความหมายต่อชีวิต...
การรอคอยนั้นคงเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย

แล้วเวลาที่ใครสักคน
รอคอยคำสัญญาของเรา โดยที่เราแทบไม่ได้ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ
ว่ารับปากอะไรไป
... ก็เหมือนกับเราทำลายคุณค่าของคำสัญญาที่ให้กับคนอื่นไปอย่างไม่ตั้งใจ
ไม่ควรเลย

ถ้าหากมีใครคนหนึ่งให้คำสัญญากับเรา
เป็นคำสัญญาที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อชีวิต

สิ่งเดียวที่จะทำให้การรอคอยนั้นไม่กระวนกระวาย
และไม่หวั่นไหว --

คือการมั่นใจว่า
เจ้าของคำสัญญานั้น... ไม่เคยที่จะไม่ใส่ใจ
ไม่เคยละเลยคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้
ไม่เคยที่จะเลิกรัก
และไม่เคยที่จะทำไม่ได้ในสิ่งที่ตั้งใจ

ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
สำหรับความมั่นคงในจิตใจ
ที่จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกวัน

สัญญาค่ะ
ทุกคำสัญญาในครั้งต่อไป
จะเป็นคำสัญญาที่ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง
และไม่ทำให้ใครต้องรอคอยอย่างไร้ความหมาย...