12.3.52

......

รุ่นพี่ทีนิเทศศาสตร์ เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เพิ่งเสียชีวิตก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง
ที่ผ่านมาไม่เคยบอกเพื่อนเลยว่าเป็นโรค
รู้อีกทีก็อยู่ ICU

ย้ำกับเพื่อนทุกคนว่า
งานศพ ห้ามใส่้สีขาวดำ
ขอสีสันสุดๆ

เศร้าอะ
วันนี้อยู่ดีๆ ก็เศร้า
เจอเรื่องนี้ยิ่งเศร้าผิดปกติ

........................

9.3.52

Ralationships

เมื่ออาทิตย์ก่อนนู้น เบญ เพื่อนเก่าสมัยม.ต้น MSN มาทัก
ชวนไปเยี่ยมเพื่อนเก่าอีกคนที่สามีไม่สบาย
รอกันไป รอกันมา ก็อดไป

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตวน เพื่อนเก่าสมัยม.ต้น โทรมาบอกว่ามีเพื่อนเสียชีวิต
ชวนไปงานศพที่ราชบุรี แต่ว่าไปตั้งแต่บ่ายสาม ก็เลยไม่ได้ไปด้วย

อาทิตย์ก่อนไปรับงานเข้าบริษัท ติดต่อใหุ้ พี่มิตรตรี รุ่นพี่ที่นิเทศเป็น outsource เสนอราคามา
บริษัทเก่าที่เราทำงานด้วยเองล่ะ โทรไปล้วก็คิดถึงเหมือนกันนะ

มุกกี้ เพื่อนมหาวิทยาลัยโทรมา ขอให้ช่วยส่งงานเก่าๆ ไปให้
เพราะจะไปเรียนต่อ ต้องเสนอ Port ขอทุน

เพื่อนที่มหาวิทยาลัยอีกคน ไอ้โจ้ (เรียกโจ้ธรรมดาไม่ได้จริงๆ ค่ะ)
ขึ้น MSN ว่า มีเพื่อนที่คณะได้ลง Inn Magazine
พอไปทักก็ลีลา แล้วมันก็ให้คำมาคำหนึ่งว่า "บะหมี่ที่ทำด้วยแป้งชั้นดี"
ต่อด้วยบริบทอะไรไร้สาระนี่ล่ะ
แต่ชอบคำนี้จัง

โอ๊ตจิ๋ม เพื่อนที่เคยกินเหล้าด้วยกันตอน ปี 3 ก็ ทัก MSN มาหา
จะให้่ช่วยคิดงานให้ ไม่ได้คุยกันจริงจังตั้งนานแน่ะ

วันนี้ ไอซ์ เพื่อนม.ปลายอีกคนหนึ่ง จัดงานแต่งงาน แถวหลักสี่นู้นแน่ะ
แล้ววันพฤหัสที่จะถึงนี้ ภัทร (หรือให้เราเขียนว่า ทอย อะ)เพื่อนอีกคนจะผ่าตัดเปลี่ยนไต
ต้องไปเยี่ยมให้ได้

นี่โหมดเพื่อน

วันอาทิตย์ที่แล้วไปทานอาหารเย็นกับ พี่แฟนต้า พี่สาวที่อยู่ฝรั่งเศส พาลูกกับสามีมาเที่ยวที่ประเทศไทย
ลูกชายอายุขวบกว่าๆ หน้าตาน่ารักที่สุดในโลก
ชื่อน้องลูกชิ้น ชื่อจริงว่า ตะลันต์
อยู่ฝรั่งเศส พ่อเป็นคนตูนีเซีย แต่ลูกชิ้นพูดไทยได้
น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ

เหมี่ยว น้องสาวคนสวย (แต่หัวสีส้ม) ส่งขนมถุงใหญ่มาให้จากอังกฤษ
บอกว่า มันเยอะมากๆๆๆๆ เธอต้องตื่นเต้นๆๆ
(มันใกล้หมดแล้วล่ะเธอ)

นี่โหมดครอบครัว

เมื่อวันก่อน พี่ที่เคยจ้างทำงาน
อยู่ดีๆ ก็โทรมาหา ถามสารทุกข์สุขดิบแบบงงๆ (เรางง)

คืนวันศุกร์ พี่อีกคนที่เคยมาช่วยๆ งานกัน เคยส่งงานมาให้ทำ
็ทักเราทาง MSN แล้วชวนไปช่วย creative บทการ์ตูน

เมื่อวานนี้ พี่เค พี่ชายที่ออฟฟิศเก่า ก็แวะมาทักทายผ่าน MSN ขอ URL Blog นี้
(ดีใจนะคะ ที่พี่อ่าน ^_^)

แล้วเมื่อวันจันทร์ พี่ไก่ อดีตช่างภาพสารกระตุ้น (ตอนนี้เป็นช่างภาพสุดสัปดาห์)
ก็โทรมาขอเบอร์ติดต่อคนที่เคยทำงานด้วย

ได้คุยกับพี่โอ๊ต บก.สารกระุตุ้น พี่ชายที่น่ารักอีกคน
ขอเบอร์ ขอชื่อนามสกุลและิอาชีพ ไปทำ resume
คุยกันแล้วนึกถึงสารกระตุ้นนะ

อืม.....

อยากเก็บทุกๆ คน ในทุกๆ ช่วงของชีวิตเอาไว้
ไม่ให้หายไปไหนเลย

ช่วงนี้ำทำงานเยอะๆๆ
ลืมติดต่อชาวบ้านอย่างที่ควรจะทำ
เสียดายเวลาที่ผ่านไปตั้งนาน
ที่ไม่ได้ใส่ใจ...
มีเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว
คุณป้าที่เสียชีวิตไปแล้ว
เพื่อนอีกหนึ่งคน นอนป่วยอยู่ ยังไม่ได้ไปเยี่ยม
เพื่อนอีกคนกำลังจะเข้าผ่่าตัด ก็ยังไม่ได้ไปเจอ

สงสัยต้องปรับโหมดการบริหารเวลาชุดใหญ่แล้วล่ะ

++++ -_-" +++++++++

6.3.52

เหตุเกิดของความเครียด

ไม่ได้อัพเดท blog หลายวันมาก
พอมาอ่าน ก็รู้สึกว่าทิ้งท้ายเป็นเรื่องเครียดๆ เอาไว้นานเชียว
ไม่ได้ ไม่ได้ เดี็ยวคนอ่านจะไม่สดชื่น

ว่าแล้วก็มาเขียนเรื่อง "เหตุเกิดของความเครียด"
เรื่้องเครียดเป็นเรื่องที่หมี่พูดบ่อยมาก
เพราะว่าเครียดบ่อย
ยิ่งช่วงที่ผ่านมา มีคนทักเรื่องความเครียดของเราหลายคนเชียว
ประมาณว่าสัมผัสออร่าได้
ไม่ดีเลย ทำให้คนอื่นไม่สบายใจ

พี่คนหนึ่งก็เลยให้แจกแจงความเครียดออกมา ส่งเป็นการบ้าน
เขียนแล้วก็กลัวเขาจะยิ่งไม่สบายใจ

แต่หมี่เขียนแล้วสบายใจขึ้นนะ
ถึงว่า คนเก็บกด มีปัญหา ต้องให้เขียนไดอารี่

เหตุเกิดของความเครียดสำหรับหมี่นะคะ
ไม่รู้คนอื่นเป็นไหม

1.กังวลว่างานจะไม่เสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย
จะรู้สึก (ไปเอง) ว่างานกระชั้นอยู่ตลอดเวลา งานไม่เคยเสร็จและไม่มีวันเสร็จ
ต้องทำๆๆๆ ให้เร็วที่สุด ไม่พักก็ต้องทำ
ซึ่งบางทีก็ไม่ได้จำเป็นอะนะ

2.กังวลว่าคุณภาพงานจะออกมาไม่ดี
รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ถูกคาดหวังคุณภาพสูง แต่เราไม่ได้เชี่ยวชาญ ไม่ได้มีความสามารถด้านนั้นอย่างครบถ้วน ก็กลัวมันจะออกมาไม่ดี

3.กังวลว่าตัวเองจะทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่เต็มที
ในความอ่อนแอและจำกัดของมนุษย์ มันก็มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไม่ได้ แล้วถ้ามันเป็นอุปสรรคในการทำสิ่งต่างๆ ก็จะยิ่งเครียดถ้าเราเปลี่ยนมันไม่ได้ รู้สึกว่าเป็นต้นเหตุเล็กๆ ที่มีผลต่อความผิดพลาดน่ะค่ะ

4.กังวลว่าตัวเองจะไม่พัฒนา
กลัวว่าจะไม่โตขึ้นอย่างที่ควรจะเติบโต และไม่กว้างขวางพอที่จะดูแลและช่วยเหลือคนอื่นได้ หรือเอาความรู้ข้อมูลที่มีมาทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ไม่ได้อย่างดีที่สุด

อ่านแล้วเป็นไงคะ
เครียดไหม
ไร้สาระเนอะ

ที่จริงทุกเรื่องทุกความเครียดมันก็มีคำตอบและหลักการปรับโหมดของมันอยู่แล้วล่ะ
เพียงแต่ความเป็นมนุษย์ มันก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ทั้งหมดหรอก
แต่ความเป็นมนุษย์เนี่ยแหละ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจ เติบโตขึ้น เรียนรู้
และอยู่อย่างมีความสุขทุกสถานการณ์ได้

เพราะมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นผู้วิเศษ ทำทุกสิ่งได้
เราก็เลยต้องเรียนรู้ที่จะเป็นอะไรที่เล็กน้อยในการทำสิ่งใหญ่ๆ
แล้วก็ร่วมมือกับคนอื่น ยอมรับในความผิดพลาดบ้าง

เพราะหมี่ชอบคิดว่า หมี่ต้องแบกๆๆ อะไรไว้เต็มไปหมด ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย
มีคนช่วยแบกอยู่ตั้งเยอะแยะ
กลายเป็นคนช่างเครียด ช่างขมวดคิ้ว

สรุปว่าช่วงนั้น
ปลงได้ เพราะเหตุการณ์ขำๆ บางอย่าง
มีอย่จันทร์หนึ่ง
ขึ้นรถเมล์ตั้งแต่เช้า เช้ากว่าปกติเยอะอยู่ แล้วก็ไปถึงออฟฟิศสายเท่าเดิม
แถมขึ้นไปแล้วไม่ได้นั่งอีกต่างหาก

ก็คิดได้ว่า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
พยายามตื่นเกือบตาย
พอตื่นได้ ก็ดันเป็นวันที่รถติดหนักซะนี่
เราควบคุมได้เท่าที่เราถืออยู่นั่นแหละ
ซึ่งนับไปนับมาก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่หรอก

ยืนอ่านหนังสือบนรถเมล์ 2 ชั่วโมง พร้อมกับฟังเพลงไปด้วย
ก็ไม่ได้เป็นชีวิตที่เลวร้ายนักนี่นา
จะเครียดให้ชีิวิตมันหดหู่ไปทำม้ายยยย

20.2.52

บทเรียน

วันนี้ได้เจอกับเรื่อง shock หนึ่งเรื่อง
เป็นความ shock ที่ปนมากับความเสียใจ ความอาย สำนึกผิด และเรียนรู้...

เคยมีน้องคนหนึ่งมาปรึกษาเรื่องบางเรื่อง
แล้วเราก็ให้คำปรึกษาไปตามความคิด ความเห็นด้วยของเรา
ซึ่งมีหลายคน ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขา

ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นคือไม่เข้าใจ
รู้สึกไม่ดีกับบรรดาคนที่ไม่เห็นด้วยนั้น
บริบทรอบข้างและหลักการเหตุผลทั้งหมด
ยังไงก็ไม่ใช่คำตอบแบบนั้น

ความจริงเปิดเผย
ข้อมูลบางอย่างที่เราไม่รู้ ก็ได้รู้
เข้าใจเหตุผลของการไม่เห็นด้วย
ได้รับรู้ว่า ความมั่นใจของเราและการสนับสนุนน้องคนนั้น...

สร้างปัญหาให้กับคนอื่นอย่างมากมาย

มีการพยายามสื่อสาร พยายามให้ข้อมูลอีกด้านเท่าที่ให้ได้
แต่ด้วยความเชื่อและความมั่นใจของเรา...
ก็ทำให้ความสามารถในการได้ยินพังทลาย
ทิ้งเวลาล่วงเลยมายาวนาน โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

วันนี้พระเจ้าคงอยากจะให้ฉลาดขึ้นแล้วล่ะ
แต่ก่อนจะฉลาด ก็ต้องก้าวข้ามผ่านความโง่ซะก่อน

หนังเรื่อง สามก๊ก มีคำพูดที่บอกว่า
"เรื่องโง่น่ะ เรื่องเล็ก แต่อย่าเอาความโง่ไปแปดเปื้อนคนอื่น"
โอย เอาความโง่ไปแปดเปื้อนใครบ้างแล้วล่ะเนี่ย
เวลาที่รู้ว่าตัวเองโง่และหยิ่งในสายตาคนอื่น มันน่าอายมากเลยนะ
แล้วเวลาที่รู้ว่าตัวเองโง่และหยิ่งจนทำร้ายคนอื่น มันก็เจ็บปวดมากด้วย

สิ่งที่กำลังคิดว่ามันเป็นจุดอ่อนของเรา
มันเป็นจุดอ่อนที่แข็งแรงแน่นหนามากทีเดียว

พระเจ้าคะ จะเปลี่ยนมันยังไงดี
แล้วเมื่อไหร่จะหายเจ็บ แล้วก็หายอาย
ทำยังไงดีคะ

17.2.52

หนึ่งวัน=หนึ่งนาที

มีคนบอกว่า ไอสไตน์ ให้ทฤษฎีเกี่ยวกับเวลาเอาไว้หนึ่งอย่าง
"หนึ่งวันที่อยู่กับคนที่เรารัก จะรู้สึกสั้นเหมือนหนึ่งนาที
แต่หนึ่งนาที ที่อยู่กับคนที่เกลียด จะยาวนานเหมือนหนึ่งวัน"
อันนี้ไม่รู้ข้อมูลจริงเท็จแค่ไหน ไอสไตน์พูดจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้ชีวิตมากว่า 25 ปี
พิสูจน์ (ด้วยตนเอง) แล้วว่า หลักการนี้เป็นจริงในชีวิต

ในพระคัมภีร์สดุดี ดาวิดพูดว่า "หนึ่งวันในพระนิเวศของพระเจ้า ก็ดีกว่าพันวันในที่อื่น"
ประมาณว่า มีเวลาอยู่ใกล้ๆ พระเจ้าแม้เพียงสักแป๊บ ก็ดีกว่ามีเวลาเยอะๆ อยู่ที่อื่น
หลักการคล้ายๆ กัน

ช่วงเวลาแห่งความสุข อยากได้ไว้นานๆ แต่มักจะรู้สึกแป๊บเดียว
ช่วงเวลาเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสของชีวิต
นับวันเช้าเย็น รอจะให้มันผ่านไป

หมี่ว่า กลไกของชีวิต เราต้องเจอกับเรื่องที่ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เป็นวาระและเวลาเพื่อการเรียนรู้
แต่ว่า มนุษย์ ก็จะแสวงหาการเติมเต็มให้กับตัวอยู่เสมอแหละ

กลไกของหมี่เอง ถ้าหากว่าเจอกับความกดดัน เครียด หาสาเหตุไม่ได้
ก็มักจะหาเรื่องและเวลาคลายทุกข์ให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆ
เช่น นั่งรถเมล์ฟังเพลง กินเค้กอร่อยๆ
อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้สมอง

แต่กลไกที่พระเจ้าสร้างให้มนุษย์เจ๋งมาก
คือ ถ้าหากรับรู้และมั่นใจได้ว่ามีพระเจ้าอยู่ข้างๆ
หนึ่งวัน ก็จะกลายเป็นหนึ่งนาที
ไม่นาน ความเหนื่อยยากที่เรามีก็จะผ่านไป

เริ่มติดความรู้สึกแบบนี้ซะแล้ว
ช่วงไหนที่ไม่ค่อยมั่นใจว่าพระเจ้าอยู่ด้วย มันค่อนข้างเหือดแห้งนะ
อะไรมาเติมก็ไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่

คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งดี
เพราะเวลาพระเจ้าเติมชีวิตเราให้เต็ม มันจะมีพลังชีวิต ส่งผ่านออกมา
ช่วยเราในการทำนั้นทำนี้ ผ่านปัญหาสถานการณ์ได้อย่างดี มั่นคง

ในเวลาที่โลกใบนี้ไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่
คงจะช่วยให้อยู่และผ่านไปได้แบบไม่โหดร้ายเกินไปนัก

นิรันดร์กาลในนรก ไม่มีแสง ไม่มีพลัง ไม่มีความรัก ไม่มีความอบอุ่น
แล้วก็ยาวนานไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โอย ไม่อยากจะนึก
คิดแล้วทรมานจัง

14.2.52

Happy Valentine's Day

เวลาคิดว่าใกล้ถึงวันวาเลนไทน์แล้ว ก็จะนึกถึงเหตุการณ์รถคว่ำทุกที
ยิ่งปีนี้ peak กว่าปีที่แล้วเยอะ
เพราะต้องตะบี้ตะบันหาเอกสารทำเรื่องยื่นฟ้องบริษัทสัมพันธ์
ถ้ายื่นไม่ทันวันวาเลนไทน์นี้ อาจจะชวดเงิน 310,000 ได้

วาเลนไทน์ไม่ได้ไปไหนกับใครหรอกค่ะ
ตื่นเที่ยง เพราะเมื่อวานสมบุกสมบันไปเยอะ
เมื่อวานจัดงานปาร์ตี้วาเลนไทน์กับเพื่อนๆ แถวๆ สีลม
บรรยากาศอย่างดีเลย ประทับใจ


Happy Valentine's Day แด่เพื่อนร่วมโลกทุกๆ คน
ขอให้ความรักเป็นสิ่งสวยงามของคุณนะคะ

12.2.52

การเดินทาง

วันก่อนฟังเพลงนี้ของเชษฐา ยารสเอก
เพื่อนทอยส่งมาให้ฟัง...เก่าเชียว

การเดินทางยาวไกลที่เราตามหา...ใครบางคน...นั้นได้สิ้นสุดลง
เมื่อได้มาพบเธอ
กับทุกความฝันที่เคยมี
จะวางตรงนี้ไว้คู่กับเธอ
และพร้อมจะทำเพื่อเธอ...
เพื่อเธอคนนี้ที่ฉันรอคอย

วันนี้เป็นวันแห่งการเดินทาง
ถ้ามี Google Earth ก็อยากจะทำเส้นทางให้เห็นกันเลยทีเดียว

เริ่มต้นจากพระราม 5
ไปลาดพร้าว 71
ต่อด้วยแยกสุทธิสาร
เซ็นทรัลเวิล์ด ราชเทวี
นั่งวินกลับมาที่โรงพยาบาลยันฮี พระราม 7 อีกครั้ง
กลับไปลาดพร้าว 26 ใหม่
และค่อยได้เวลากลับบ้าน พระราม 5

ได้นั่งโดยสารเกือบครบประเภทเลย
รถยนต์คนอื่น รถเมล์ปรับอากาศ รถเมล์ไม่ปรับอากาศ ทั้งฟรี และไม่ฟรี รถมอเตอร์ไซค์
เหลือตุ๊กๆ กะสองแถว
ขำดี ระหว่างเดินทางก็ประสานงานเป็นสิบๆ เรื่องเลย

เหนื่อยนะนั่น

Partner ที่ไปเจอวันนี้ 2 คน ทักเหมือนกันว่า อายุยังน้อยแล้วหน้าก็เด็กกว่าอายุจริง >_< จริงๆ นะ
แต่พี่ศรัณย์บอกว่า พอผ่านอายุ 25 เราจะเริ่มเอากำลังและทรัพยากรเก่าๆ ในร่างกายมาใช้
ไม่มีเติมใหม่แล้ว...

ชีวิตที่ผ่านๆ มา นั่งอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์
พอเริ่มออกเดินทางเหมือนสมัยก่อนๆ บ้างก็สนุกดี
แต่หมดแรงเร็วเหลือเกิน

สงสัยของเก่าเราจะเริ่มหมดแล้วเนี่ย
โอ้ พระเจ้าคะ ช่วยด้วยยยยยยยยย