26.9.51

หนึ่งคนและคนหนึ่ง

งานแถลงข่าวอันน่าตื่นเต้นของกีฬาสแต็ค
จบไปแล้ว อีกครั้งหนึ่งสำหรับงานแถลงข่าวของเรา
ลาจากงานนี้ด้วยอาการโล่ง โปร่ง หายปวดหัวอย่างอัศจรรย์
(ทั้งที่ก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่ามันไม่ได้จบแค่นี้อะนะ)


ช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่งที่เพิ่งผ่านมา

ความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนเล็กน้อย
ไม่มีอะไรดีเลย
และผิดพลาดไปหมดทุกอย่าง...

เริ่มกลับมาอีกครั้ง

เป็นความรู้สึกที่อันตรายมาก
เป็นอาการที่อยากร้องไห้ตลอดเวลา
ถ้าเริ่ม peak ก็จะเริ่มหดหู่ เศร้ามากขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

จากที่เคยเป็น ค้นพบว่าอาการนี้เกิดมาจากความรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว
เพราะทำในสิ่งที่คาดหวังตั้งใจได้ไม่ดี
แล้วก็สร้างความวุ่นวายให้คนอื่นรอบข้างเต็มไปหมด

ต้องคอยเตือนตัวเองตลอดเวลา ว่าความเป็นจริงแล้ว
เราไม่สามารถทำทุกสิ่งได้ perfect
ยิ่งไอ้สิ่งที่ทำมันก็เกินตัวซะขนาดนี้
ก็ต้องรับรู้เสมอ ว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้นเอง

เมื่อวานนี้ มีหนึ่งคนร้องไห้เพราะเรา (เขียนให้แล้วนะเม ^_^)
เพราะไม่เข้าใจกันบางอย่าง
แต่เขาเป็นหนึ่งคนที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ใครคนหนึ่ง
ก็เลยแคร์ จนต้องเคลียร์กันให้จบ

หลายครั้ง บางเวลา
เราก็ต้องรู้ว่า เราเป็นแค่คนคนหนึ่ง เล็กน้อยมาก บนโลกใบนี้
ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้
และไม่สามารถรู้ได้ ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด

หลายครั้ง บางเวลา
เราต้องรู้ว่า เราเป็นหนึ่งคน ที่ใครบางคนรักและใส่ใจมากเพียงพอ

ความสุขในการใช้ชีวิต
คงไม่ขึ้นอยู่กับว่า เราเป็นใคร
ไม่ขึ้นอยู่ว่า เราทำอะไร
แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราเป็นหนึ่งคน ของใครบางคนหรือไม่


เพราะว่าการเห็นคุณค่าของใครบางคน ว่าเราเป็นหนึ่งคนที่สำคัญในชีวิตของเขา
ก็ช่วยลดความเศร้าที่มีอยู่ไปได้หลายเท่าแล้วล่ะ

ขอบคุณทุกคนและขอบคุณพระเจ้า
ที่ให้โอกาสหมี่ได้ดูแลงานนี้ค่ะ

20.9.51

กล้ามเนื้อคิ้ว >_<

ใครทราบบ้างคะ ว่าคิ้วมีกล้ามเนื้อ...

ที่จริง เท่าที่เคยเรียนมา
ร่างกายมนุษย์มีกล้ามเนื้ออยู่ทั่วทั้งนั้นแหละ
แต่วันนี้อยากจะพูดถึงกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่อยู่ตรงขนๆ เหนือตา
ที่เรียกว่า...คิ้ว

สัมผัสได้อย่างชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ว่ากล้ามเนื้อคิ้วมีการทำงานที่เจาะจง
แล้วก็สามารถปวดเมื่อยเกร็งได้เหมือนกล้ามเนื้ออื่นๆ

อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็ปวดตา ก็เอามือไปกด
ปรากฏว่ากดตรงคิ้วแล้วเจ็บมาก เส้นแข็ง
ลักษณะอาการเจ็บจะเหมือนตอนปวดไหล่
กดแล้วมันๆ
ก็บีบๆ กดๆ เส้นคิ้ว มาตลอดสัปดาห์
นี่ดีขึ้นมาแล้วเล็กน้อย

เหมือนคิ้วเกร็ง อยู่ในท่านานๆ มากเกิน (-_-")
ตลกดี

วันนี้คุยกับพี่คนหนึ่ง ชื่อพี่ต่อ
เขาบอกว่า ก็หมี่น่ะ ชอบขมวดคิ้ว
เวลาคิด เวลาพูด หมี่จะขมวดคิ้วบ่อย

เป็นช่วงเวลาแห่งความกดดัน (ตัวเอง)
เครียดไม่ทราบสาเหตุ
แต่ที่แน่ๆ...

คิ้วมีกล้ามเนื้อ
อย่าเครียด อย่าขมวดคิ้วมาก
ปวดคิ้วเนี่ย มันทรมานมากอยู่ค่ะ

13.9.51

next and next and next and........

ผ่านวันครบรอบ 1 ปี Gsus7 (จีซัสเซเว่น) ไป 3 วันแล้ว
เป็นงานวันเกิดบริษัทที่สนุกสนาน เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า วุ่นวายโหวกเหวก อบอุ่นอิ่ม (อ้วน)
กินเยอะกันจนตื่นสายเป็นแถบ
หรือไม่ก็โดนฝนกันจนเป็นไข้ ต้องนอนพักนานหน่อย

หนึ่งปีผ่านไป
รู้สึกได้ว่าทุ่มเทให้กับงานที่นี่มากกว่าครึ่งเวลาของชีวิต
ทั้งที่วันแรกที่ก้าวเข้ามา ก็มาแบบไม่คิดไม่ฝัน ไม่รู้อะไรเลย

เป็นอารมณ์แบบว่า ต้องพูดใส่หัวตัวเอง

"แกต้องทำแล้วววววววววววว ไอ้หมี่"

ซึ่งวันนี้ก็รู้ดีแล้วว่า ค่อนข้างคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป (ไม่นับว่าเข้าข่าย "เสียเวลา")
แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า วันข้างหน้าจะเป็นยังไง

ประมาณเดือนที่แล้ว บอกตัวเอง น่าจะเริ่มเขียนเป้าหมายชีวิตแล้วนะ
ว่าจะเป็นอะไรในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า
ไม่ได้เขียนซะที งานชุก ชีวิตรวน... มาก

เวลาที่เราเริ่มลงตัวกับระบบพื้นฐานของชีวิต
ก็มันจะมีอะไรเข้ามาเพิ่ม ให้เรารวนๆ อีก
แล้วเราก็จะจัดใหม่
เพื่อที่เราจะได้เก่งขึ้น ทำอะไรได้มากขึ้น

ตอนนี้จะต้องจัดใหม่อีกครั้ง เพื่อให้มีเวลาในการทำสิ่งที่ต้องทำสักที

อีก 5 ปีชีวิตจะเป็นยังไง
ถ้ายังทำงานใน Gsus7 อยู่ จะทำตำแหน่งอะไร โตไปถึงไหน
ถ้าไม่ได้ทำแล้ว จะทำอะไร

อีก 10 ปี จะอยู่ตรงไหนของโลกใบนี้...

มีพี่ 2 คนที่เล่าให้ฟังว่า เขาลองเขียนแผนชีวิตตัวเอง 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า
(เมื่อหลายๆๆๆ ปีที่แล้วแน่ะ)
แล้วย้อนกลับไปดู
สิ่งที่เขียนไว้เป็นจริงด้วย
แม้ ณ เวลานั้น เป้าหมายมันดูจะยิ่งใหญ่
ตอนเขียนก็ไม่รู้ว่าทิศทางจะไปยังไงกันแน่

ขอให้ลองได้เขียน
มันก็มีความหวัง
และเมื่อมีความหวัง...

อะไรก็เป็นไปได้

ปีที่ 2 ของ Gsus7 อะไรก็เกิดขึ้นได้

แต่ที่แน่ๆ แผนผังชีวิตจนถึงปี 2020 ต้องเกิดแล้วแล้วล่ะ หมี่เอ๋ย
จัดเวลาเขียนซะ

3.9.51

เหมือนจะ...

ถ้ากลับไปดูประวัติของ Gsus7
เหมือนจะล้มมาหลายที แต่ก็ไม่ล้ม
เหมือนจะหยุด แต่ก็ไม่หยุด

ความท้อใจกับความล้มเหลว
รวมถึงคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย...
ไม่ได้ทำให้เราหยุดทำในสิ่งที่เราควรทำ
ทำมาตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา
(จนใครๆ ก็มองว่าคนใน Gsus7 บ้าทำงาน)

ช่วงนี้ร้อนในขึ้นปากอย่างต่อเนื่อง
ถอนหายใจบ่อย เพราะว่าหายใจไม่ค่อยลึก
แล้วก็แอบมีอารมณ์ท้องผูกนิดหน่อย แต่ท้องอืดซะเยอะ
ยังดีตรงที่ไม่ถึงขั้นนอนไม่หลับ

เป็นช่วง peak อีกหนึ่งช่วงของบริษัท
อันมีผลต่อเนื่องมาจากสถานการณ์บ้านเมืองด้วย

จะจัดกิจกรรมกับโรงเรียน
โรงเรียนดันปิดทำการ
จะโทรถาม feedback ลูกค้า

ลูกค้าไปร่วมกลุ่มพันธมิตรซะงั้น
-_-"


อีกหลายหลายหลายประการ อันเป็นต้นตอของความเครียด
ความกดดัน ไม่ทันการของงาน
เรื่องส่วนตัวต่างๆ ที่ไม่ค่อยได้จัดการให้เรียบร้อย
ผิดนัดเพื่อนมา 2 อาทิตย์แล้วนี่

ถ้าหากว่าอยู่ดีๆ ประเทศไทยระเบิดขึ้นมา
บริษัทถูกปิด เพราะอยู่ดีๆ มีคนหมั่นไส้ที่มันมีอุดมการณ์กันนัก
น้ำท่วมกรุงเทพไปครึ่งเมือง (มีข่าวมาเรื่อยๆ อยู่แล้วนี่ เป็นไปได้สิ)
พันธมิตรกับนปก.จะตีกันตายไปอีกกี่คน

เราอาจจะหยุดอะไรไม่ได้เลย
และเราก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้
เราควบคุมอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น

ความเครียดของเรา ที่เครียดแล้วเครียดอีกทั้งที่ทำอะไรไม่ได้
ก็ดูไร้ประโยชน์จริงๆ

ขนาดคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า ยังรู้เลยว่ามีฝนตกแล้วก็ต้องมีฟ้าใส

เราเอง รู้ทั้งรู้ว่าพระเจ้าควบคุมอยู่ทุกสถานการณ์
แล้วจะกลัวอะไร

เพราะทุกครั้งที่เหมือนจะล้ม พระเจ้าก็พยุงไว้ตลอด
เหมือนจะแพ้ แต่สุดท้ายก็มั่นใจว่าชนะ

แล้วหลายทีที่เหมือนจะไม่ไหว พระเจ้าก็ไม่เคยมาสายเลยสักครั้ง

10-11 กันยายนนี้ บริษัทจะพาไปพักผ่อนที่รีสอร์ท แถวนครนายก
ไม่ได้ไปเพื่อช่วยกันร้องไห้ ระบายอารมณ์
ไม่ได้ไปเพื่อหนีปัญหาหรือสภาพวุ่นวายในเมือง
ไม่ได้ไปเพื่อประกาศ หยุดรบ

แต่ไปเพื่อรับกำลังใจ และวางแผนสู้ใหม่
ไปเพื่อขอบคุณพระเจ้า

ก็ผ่านมาได้ตั้งปีนึงแล้วนี่ ต่อจากนี้ไป สบายมาก!

30.8.51

4 ตัว -_-

มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นในครอบครัวเราอีกแล้ว
(ระหว่างที่มีความน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นในบ้านเมืองด้วยเช่นกัน)
เมื่อวานนี้ วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม กลับบ้านมาเจอแม่
แม่เล่าให้ฟังว่า...
"วันนี้ไปติดคุกมา 2 ชั่วโมง"
-_-" ตกใจเลย ไปไงมาไง

หลังจากที่ฟังแม่เล่าด้วยอารมณ์โมโห ถึง 3 รอบ
(ย้ำมาก เพราะแค้นหนัก)
ได้ความว่า
ตอนที่แม่กำลังขายของให้ลูกค้าหลายเจ้า
มีผู้ชายตัวใหญ่ 4 คน เดินมาทำทีดูกางเกงที่ร้าน
แล้วก็บอกให้ลูกน้องแม่ไปเอากางเกงยี่ห้อหนึ่งมาสัก 50 ตัว
จะซื้อ ว่างั้น

คุยไปคุยมา ก็จะหากางเกง Levi's Wrangler ซะให้ได้
ก็ที่ร้านมันไม่มี จะหาให้ได้ยังไง
จนสุดท้าย หลุดออกมาว่าเป็นตำรวจ จะมาจับของ Brand name Copy
แม่เราก็เลยไม่พอใจ โวยวายไปซะเต็มที่
เป็นตำรวจ ก็หัดรู้จักเข้ามาพูดจาดีๆ
แสดงหมายค้น แสดงบัตรตำรวจให้เหมาะกับอาชีพหน่อย
ไม่ใช่มาแอบๆ พอหาไม่เจอก็หาเรื่องแบบนี้

เอาแล้วครับ ที่ร้านมันไม่มีของ copy ก็จริง แต่มันดันมีเสื้อแจ็กเก็ตอยู่ 4 ตัว
ที่แม่ซื้อมาตั้งนานแล้ว (สีซีดมาก) ก็เอามาแขวนขายไว้

กลายเป็นเครื่องมือของตำรวจไปจนได้ ติดคุกเพราะเสื้อ adidas 4 ตัว
(ตำรวจในโรงพักยังพูดเลยว่า 4 ตัวยังจับมาอีกเรอะ)

แม่ถูกสั่งไปให้ไปโรงพักพร้อมตำรวจร่างยักษ์ 4 คนนั้น
ตอนแรกก็จะไม่ไปด้วย ยอมขี่มอเตอร์ไซค์ไปเองดีกว่า ไม่ไว้ใจ
พี่แกดันไม่ยอม

สุดท้ายก็ต้องไปโรงพัก พาเด็กแถวนั้นไปเป็นเพื่อน 1 คน
เจ๊ถูกล่อลวงให้ยัดเงินเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการตลอดเวลา
ดีนะ เจ๊ไม่ยอม
บอกว่า
"เอาเงินให้พวกนี้กิน สู้เสียแพงให้รัฐดีกว่า"
จ่าหน้าห้องขังก็จะเอาด้วย
พอแม่ไม่ให้ จ่าก็ให้แม่อยู่นานๆ ไม่ยอมให้คนมาทำสำนวนให้
ไม่ยอมปล่อย

เป็น 2 ชั่วโมงที่แค้นมาก
แม่หลงทางกลับบ้านเลยทีเดียว
สุดท้าย เสียค่าประกันไป 5 หมื่น
แล้ววันที่ 26 กันยายน ไปดูผลว่า ศาลจะรับฟ้องหรือไม่
ถ้าไม่รับ ก็ได้เงินคืน
(เสื้อ 4 ตัว ถ้าจะให้ขึ้นศาลจริงๆ ก็คงช่างศีรษะกฏหมายไทยแล้วล่ะค่ะท่าน)

เมื่อกลางวัน เพิ่งดูฉากตอนตำรวจตีพันธมิตรมาหยกๆ
แหม...
ประทับใจตำรวจไทยจริงๆ

ดีใจที่แม่ไม่ให้เงินใต้โต๊ะไป
คนที่ไม่ยอม มันก็มีนะเฟ้ยยย
อย่าคิดว่าใครๆ ก็จะเอาด้วยหมด
ความชอบธรรมและความยุติธรรมยังมีอยู่บนโลกใบนี้

คุณตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีๆ อย่าเพิ่งรู้สึกแย่นะคะ
สู้ต่อไป วันหนึ่งต้องมีคนเห็นค่ะ

24.8.51

คนเราเกิดมาเพื่อ.....

ความรักคืออะไร
คนเราตายแล้วไปไหน
คนเราเกิดมาเพื่ออะไร

คำถามคลาสสิคของโลกใบนี้ ที่คนขยันหาคำตอบกันเหลือเกิน
แต่ไม่ค่อยเจอนัก หรือบางทีเจอแล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจ

อยากลองตอบคำถามสุดท้ายให้ลองอ่านเล่นๆ
วันก่อนอ่านหนังสือ A Day ที่สัมภาษณ์พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์

พี่จิกบอกว่า เราเกิดมาเพื่อรักคนอื่น
-- คำตอบนี้ทำให้ชีวิตของคนอื่นช่างดูมีคุณค่า
..............................................
บางคนบอกว่า เราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม
-- การใช้ชีวิตคงเหนื่อยเกินไป
ถ้าเราเกิดมาเพื่อเกิดมา เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ ไม่มีความลึกซึ้งอะไร
-- สิ่งที่เราทำไปทุกอย่าง ก็ไร้สาระสิ้นดี

ลึกๆ เราเชื่อว่า...มนุษย์เกิดมาเพื่อมีความสุข
ต้องสร้างความสุขกับตัวเอง
และสร้างความสุขให้กับคนอื่น

จริงไหมนะ...

19.8.51

20 สิงหาคม 2008

วันนี้ของปีนี้ดูแตกต่างไปจากปีอื่นๆ
เพราะสมาชิกในบ้านหายไปหนึ่งคน
ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะว่าหายไปได้ดีที่ London นู่นแน่ะ
ไม่รู้ว่าจะฉลองวันเกิดกับใคร
เพราะไม่ได้เป่าเค้กกับที่บ้านแล้ว

อยู่กันไกลมาก
ก็เลยไม่ได้ซื้อหรือฝากอะไรไปให้
เปลืองตัง เปลืองค่าส่ง
ขอเขียน blog ให้หนึ่งวันก็แล้วกัน

เพราะว่าอยู่กันไกลมาก ก็เลยทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าอยู่ใกล้
ความคิดถึงทำให้เราโทรคุยกันบ่อยๆ
Comment Hi5 กันบ่อยๆ
แล้วก็ทัก MSN กันเสมอ
(แต่นี่เริ่มน้อยลงแล้วนะเธอ งานหนักสิ)

วันเดินทาง
เครื่องออกตอนประมาณตี 1 มั้ง เรากับแม่กลับบ้านก่อนเครื่องออก
เหมือนในหนังที่เคยดู...
เรากอดกันร้องไห้...
ตลกดี
แต่มันก็เศร้าสุดๆ จริงๆ นะ
ร้องไห้ตลอดทางกลับบ้านเลยล่ะ

ก่อนหน้านั้นไม่เท่าไหร่
ประมาณปีกว่าๆ
ยัยคนนี้ ชอบทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต
ทำอะไรไม่ค่อยแคร์ที่บ้าน
อยากกลับบ้านตอนไหนมันก็กลับ
อยากไม่กลับ หรือกลับแล้วออกไปอีก ก็ไปซะงั้น
เป็นความปวดหัวจนชินชาของแม่อย่างมาก
กระทบใจเราด้วยในหลายครั้ง
กัดฟันเตือนอยู่เรื่อยๆ

ประมาณช่วงมหาวิทยาลัย แล้วก็ม.ปลาย
ช่วงแย่งกันใช้รถ ช่วงขี้บ่นเรื่องจัดห้องนอน...
ช่วงที่เรายังเป็นเด็กน้อยอยู่เหมือนกัน
ทะเลาะกันบ่อยมาก
กลับไปคิดแล้ว ยังรู้สึกตัวเองเป็นพี่สาวที่โหลยโท่ยจริงๆ

นิสัยหนีออกไปเที่ยวตอนดึก...
เราก็เป็นให้เห็นก่อน
มีแฟนตั้งแต่เด็ก...
เราก็เป็นให้เห็นก่อน
เที่ยวบ่อยทั้งไกลใกล้ ติดเพื่อน กินเหล้า...
เราก็เป็นให้เห็นก่อน
แอบเอารถไปซิ่งไกลๆ...
เราก็เป็นให้เห็นก่อน

ไม่ไหวเลย

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าความประพฤติบางเรื่องจะเลวร้ายแค่ไหน
(จำได้ไหม ที่เธอไม่กลับบ้าน แล้วชั้นกับแม่ขับรถตามทั้งคืน)
(จำได้ไหม ที่เธอเคยโดนพ่อตี ตอนคุยโทรศัพท์)
(จำได้ไหม ที่เธอ......)

แต่ว่าก็ทำให้เราภูมิใจในตัวเธอได้เสมอ
เรื่องการเรียน
เรื่องความสำเร็จในงาน
ได้เงินเดือนเยอะกว่าพี่สาวตั้งแต่ปีแรกเลยนะ
ขนาดขยันลาออกขนาดนี้ ยังมีแต่คนอยากได้ไปทำงานด้วย
เรื่องความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อ คนแรกของบ้าน

เอาจนได้
มันไปจนได้

คิดถึงมาก
แล้วก็เป็นห่วงมาก
ตอนที่อยู่ที่สิงคโปร์ ที่เธอเจออุบัติเหตุ
หรือตอนที่เธอมาปรึกษาทุกครั้ง ทุกเรื่อง
ชั้นดีใจมาก ที่เธอไว้ใจ
แม้จะพึ่งไม่ค่อยได้ก็เหอะ

ขอโทษด้วย ที่แต่ก่อนเห็นแก่ตัวไปหน่อย
จำได้ เคยโกรธเธอ แล้วก็เบียดเธอตกมอเตอร์ไซค์ด้วย แสบมาก 555

ไม่ต้องเหงานะ
อดทนหน่อย

วันเกิดปีนี้ โอ๊กฝากบอกว่า
"รักเสมอ จบ"
แม่ฝากบอกว่า
"ตั้งใจเรียน แค่นี้แหละ"

บ้านเราพูดกันไม่เยอะหรอก
เอะอะก็ไม่คุยด้วย เอะอะก็บึ้งใส่กัน
แต่ว่าแต่ละคนก็โตขึ้นเยอะแหละ เธอว่าไหม
แม่ก็ไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะนะ

แล้วจะรอดูความสำเร็จของน้องสาวคนนี้นะ
Happy Birthday
ขอให้เป็นอายุ 24 ที่ทำให้เธอโตขึ้นมากๆ
อธิษฐานเผื่อเธอเสมอ ขอให้พระเจ้าดูแล
ชั้นจะพยายามดูแลแม่ให้ดีที่สุด
คงไม่ดีมากหรอก
แต่ก็จะพยายามที่สุดนะ

ซึ้งหน่อย
รักเธอมาก มาก มาก

20 สิงหาคม 2551
เหมี่ยว ปวีณา เหมทัศน์
ครบรอบอายุ 24 ปี
ที่ London