สืบเนื่องจากเรื่องเมื่อวานนี้
มนุษย์ทำได้ทุกอย่างที่เขาอยากจะทำ
สัปดาห์ที่ผ่านมา...
เรียกว่า 2 สัปดาห์จะดีกว่า
ได้ทำอะไรมากมายหลายอย่าง
เป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต
แล้วก็เป็นความประทับใจที่อยากจะขอบคุณพระเจ้า
เริ่มมาจับโปรเจ็ค Sport Stacking
งานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นสมาคมส่งเสริมการเล่นกีฬาชนิดใหม่
กำลังเข้ามาประเทศไทย
เริ่มต้นทุกอย่างจากเกือบๆ ศูนย์ จนมาช่วย Boss ดูภาพรวมของงาน
Event วันที่ 12 สิงหาคมก็เปิดตัวไปได้สวยงามดี
โปรเจ็คนี้ทำให้ได้ค้างออฟฟิศ 1 คืน
นิตยสาร "สายใย" ประจำคณะนิเทศศาสตร์
ดีใจที่ได้เป็นบก.
ความใฝ่ฝันที่เคยทำมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังฝันอยู่ ก็คือเป็นบก.นิตยสาร
เป็นความสุขที่ได้เห็นตั้งแต่ตอนช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
จนมาเป็นคอลัมน์ที่สวยงามขึ้นมา
โปรเจ็คนี้ทำให้ได้ค้างบ้านเพื่อน 1 คืน
และกลับบ้านตี 4 อีก 1 คืน
โปรเจ็คนิยมกล้อง
รายการท็อปฮิตติดดาวของบริษัท
ลูกรักที่รักไม่น้อยกว่าใคร
มีจัดงาน "รอยยิ้มของแม่" วันเสาร์ที่ 9
และแบบไม่ได้ตั้งตัว ต้องไปช่วยดูภาพรวมงาน
ทำให้ได้ค้างออฟฟิศ 1 คืน
ตัวรายการเอง ที่อยู่ในความดูแลของอีฟ
เพื่อนรัก...
รักเพื่อน ก็เลยไปนั่งรอ จนนอนรอเพื่อนดูงานเสร็จ
ค้างไปอีก 1 คืน
การประชุมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน ไม่เคยต่ำกว่า 3 ทุ่มครึ่ง
และรายละเอียดงานและการประสานงานหลายอย่าง ที่ต้องคอยตาม (มากกว่าที่บอกไป)
การจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
การอ่านหนังสือเล่มที่อยากจะอ่านกับเล่มที่ควรอ่าน
แล้วมันก็ผ่านมาจนได้
ทุกผ่านที่ผ่านไปทำให้เกิดความสุข
นิตยสารวันที่มันเสร็จ แม้จะไม่ได้ช่วยทำ Artwork ใดๆ ทั้งสิ้น
ก็ดีใจมาก มีความสุข
รวมถึงกิจกรรม Sport Stacking ในงานวันที่ 12 สิงหาคม
พอมันผ่านไป เห็นการตอบรับที่ดีแล้วก็มีความสุข
คนรอบข้างหลายๆ คนกำลังจะดีขึ้น และดีขึ้น
ความสัมพันธ์กับแม่ที่อยู่ในช่วงวิกฤติ
ก็กำลังจะผ่านพ้นไปด้วยดี
ไม่มีเหตุการณ์ไหนเลยที่ไม่มีวันผ่านไป
การรอคอยต้องมีวันสิ้นสุด
ปัญหาย่อมมีวันคลี่คลาย
มนุษย์สามารถผ่านทุกอย่างได้ แม้เขาไม่ต้องทำอะไรเลย
และมนุษย์ก็สามารถที่จะเลือกผ่านทุกอย่างในชีวิตได้ อย่างดีที่สุดด้วยเช่นกัน
ไปฟังเพลง a day ของ monotone ก็จะอินมาก
17.8.51
16.8.51
How far you can see!
ช่วงนี้เป็นช่วงแห่งการแข่งขันโอลิมปิก
เป็นคนไม่ค่อยชอบดูกีฬาสักเท่าไหร่
ไม่รู้กฏ ไม่รู้กติกาแข่งขัน
ดูแล้วลุ้นไม่ออก
แต่ว่าวันนี้ได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน
ก็เลยเปิดทีวีไป อ่านหนังสือไป
ทิ้งเสียงทีวีไว้ให้เข้าหู
เจอกับข่าวกีฬา ที่นักกีฬาว่ายน้ำทำสถิติใหม่ของโลกได้อีกแล้ว
การแข่งขันมีมาเป็นร้อยๆ ปี
การทำสถิติใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทุกปี
หนังสือเล่มที่อ่านวันนี้คือ a day
หน้าปกเป็นรูปพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์
(คนแห่งแรงบันดาลใจของเรานี่เอง)
เนื้อหาข้างในก็คุ้มมาก สำหรับคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะหน้าปก
(เรายืมอีฟมา ไม่ได้เห็นแม้แผงหนังสือ ไม่รู้จะไปซื้อได้ตอนไหน)
มีเรื่องราวที่สะท้อนถึงแนวคิดดีๆ ของพี่จิกไว้เยอะมาก
หนึ่งในนั้นก็คือหลักการคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์
มีคำถามหนึ่งที่ถามว่า
"ทุกอย่างบนโลกนี้ มีคนคิดคนทำไปหมดแล้ว ยังจะเหลืออะไรให้เราคิดสร้างสรรค์ได้อีกหรือ"
พี่จิกตอบไว้ประมาณนี้ว่า
ความคิดสร้างสรรคฺไม่มีออริจินัล และความคิดสร้างสรรค์ไม่มีวันหมดสิ้น
มีอะไรให้เราทำ ให้เราคิด ให้เราได้ต่อยอดอีกเยอะมาก
ผู้ชายคนนี้ ทำอะไรไว้กับวงการบันเทิงไทย กับแรงบันดาลใจของคนเสพ
และกับความรู้สึกของเราเอง เยอะมาก
มนุษย์ไม่เคยหมดสิ้นพลังที่จะทำอะไรใหม่ๆ
ไอ้ที่ว่าเร็วมากอยู่แล้ว
ที่สุดในโลกไปแล้ว
ก็ยังมีคนเร็วกว่า เกิดขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ
ไอ้ที่ดูเหมือนจะหมดทางแล้ว
ไม่มีอะไรเหลือแล้ว
ก็ยังมีหนทางใหม่ๆ ให้ได้เลือกได้เห็นอยู่เรื่อยๆ
พระเจ้าบอกว่า
มนุษย์เหล่านี้ ถ้าเขาจะทำอะไรเขาก็ทำได้
ทัศนคติกับศรัทธาเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของเรา
เราเชื่อในอะไร เชื่อมากพอไหม
และเรามองสิ่งต่างๆ ได้กว้างและไกลแค่ไหน
ดีใจจังที่ได้อ่านหนังสือของผู้ชายคนนี้
เป็นคนไม่ค่อยชอบดูกีฬาสักเท่าไหร่
ไม่รู้กฏ ไม่รู้กติกาแข่งขัน
ดูแล้วลุ้นไม่ออก
แต่ว่าวันนี้ได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน
ก็เลยเปิดทีวีไป อ่านหนังสือไป
ทิ้งเสียงทีวีไว้ให้เข้าหู
เจอกับข่าวกีฬา ที่นักกีฬาว่ายน้ำทำสถิติใหม่ของโลกได้อีกแล้ว
การแข่งขันมีมาเป็นร้อยๆ ปี
การทำสถิติใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทุกปี
หนังสือเล่มที่อ่านวันนี้คือ a day
หน้าปกเป็นรูปพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์
(คนแห่งแรงบันดาลใจของเรานี่เอง)
เนื้อหาข้างในก็คุ้มมาก สำหรับคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะหน้าปก
(เรายืมอีฟมา ไม่ได้เห็นแม้แผงหนังสือ ไม่รู้จะไปซื้อได้ตอนไหน)
มีเรื่องราวที่สะท้อนถึงแนวคิดดีๆ ของพี่จิกไว้เยอะมาก
หนึ่งในนั้นก็คือหลักการคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์
มีคำถามหนึ่งที่ถามว่า
"ทุกอย่างบนโลกนี้ มีคนคิดคนทำไปหมดแล้ว ยังจะเหลืออะไรให้เราคิดสร้างสรรค์ได้อีกหรือ"
พี่จิกตอบไว้ประมาณนี้ว่า
ความคิดสร้างสรรคฺไม่มีออริจินัล และความคิดสร้างสรรค์ไม่มีวันหมดสิ้น
มีอะไรให้เราทำ ให้เราคิด ให้เราได้ต่อยอดอีกเยอะมาก
ผู้ชายคนนี้ ทำอะไรไว้กับวงการบันเทิงไทย กับแรงบันดาลใจของคนเสพ
และกับความรู้สึกของเราเอง เยอะมาก
มนุษย์ไม่เคยหมดสิ้นพลังที่จะทำอะไรใหม่ๆ
ไอ้ที่ว่าเร็วมากอยู่แล้ว
ที่สุดในโลกไปแล้ว
ก็ยังมีคนเร็วกว่า เกิดขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ
ไอ้ที่ดูเหมือนจะหมดทางแล้ว
ไม่มีอะไรเหลือแล้ว
ก็ยังมีหนทางใหม่ๆ ให้ได้เลือกได้เห็นอยู่เรื่อยๆ
พระเจ้าบอกว่า
มนุษย์เหล่านี้ ถ้าเขาจะทำอะไรเขาก็ทำได้
ทัศนคติกับศรัทธาเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของเรา
เราเชื่อในอะไร เชื่อมากพอไหม
และเรามองสิ่งต่างๆ ได้กว้างและไกลแค่ไหน
ดีใจจังที่ได้อ่านหนังสือของผู้ชายคนนี้
14.8.51
เปลี่ยนโหมด ---
อาทิตย์ที่ผ่านมา ใช้ชีวิตอยู่ในโหมดของเด็กเสเพล
แต่เป็นเด็กเสเพล เพราะทำงานหนักไปหน่อย
ก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้านเหมือนปกติ
กลับบ้าน 4 วัน
นอนออฟฟิศแบบไม่ได้ตั้งใจ 2 วัน
นอนบ้านเพื่อนแบบไม่ได้ตั้งใจอีก 1 วัน
เป็นช่วงสัปดาห์ที่อึมครึมอย่างถึงที่สุด
แม่ไม่พูดด้วย เพราะว่าโกรธตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ที่ไม่ไปช่วยขายของ
งานก็กำลัง peak
ทั้งงานที่ออฟฟิศ งานราษฎร์ และงานหลวง
มี event แบบไม่ได้ตั้งตัว 1 งาน
และ event แบบตั้งตัวแล้วแต่ยังวุ่นวาย 1 งาน
แล้วก็งานวารสารสายใย ของนิเทศจุฬา
ที่รับหน้าที่เป็น บก. ประจำเล่ม...
ได้วาระปิดเล่มช่วงนี้พอดี ทั้งที่ทำมาตั้ง 2 เดือนแล้ว
นอกจากนี้ยังมีอื่นๆ และอื่นๆ อีกจุกจิกวุ่นวายมากมาย
ผ่านวันแม่ไปเฉยๆ
ไม่ได้ซื้อหรือเตรียมอะไรให้แม่เลย
ผิดกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา
แต่ก่อนนี้ เคยดุน้องสาวไปว่า
ไม่กลับบ้านไม่เคยโทรบอกแม่...
รู้ไหมว่าแม่จะรู้สึกยังไง
เปลี่ยนโหมดเป็นเด็กเสเพลของคุณแม่ไปซะแล้ว
เรื่องที่เคยดุน้องไป ก็เป็นไปเองซะแล้ว
ทำแม่ร้องไห้ในวันแม่ด้วย
เด็กเสเพลกลับใจแล้วนะแม่นะ
หายโกรธหมี่นะ
จะเปลี่ยนโหมดเป็นเด็กดีที่แม่พึ่งได้แล้ว
เชื่อสิ
แต่เป็นเด็กเสเพล เพราะทำงานหนักไปหน่อย
ก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้านเหมือนปกติ
กลับบ้าน 4 วัน
นอนออฟฟิศแบบไม่ได้ตั้งใจ 2 วัน
นอนบ้านเพื่อนแบบไม่ได้ตั้งใจอีก 1 วัน
เป็นช่วงสัปดาห์ที่อึมครึมอย่างถึงที่สุด
แม่ไม่พูดด้วย เพราะว่าโกรธตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ที่ไม่ไปช่วยขายของ
งานก็กำลัง peak
ทั้งงานที่ออฟฟิศ งานราษฎร์ และงานหลวง
มี event แบบไม่ได้ตั้งตัว 1 งาน
และ event แบบตั้งตัวแล้วแต่ยังวุ่นวาย 1 งาน
แล้วก็งานวารสารสายใย ของนิเทศจุฬา
ที่รับหน้าที่เป็น บก. ประจำเล่ม...
ได้วาระปิดเล่มช่วงนี้พอดี ทั้งที่ทำมาตั้ง 2 เดือนแล้ว
นอกจากนี้ยังมีอื่นๆ และอื่นๆ อีกจุกจิกวุ่นวายมากมาย
ผ่านวันแม่ไปเฉยๆ
ไม่ได้ซื้อหรือเตรียมอะไรให้แม่เลย
ผิดกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา
แต่ก่อนนี้ เคยดุน้องสาวไปว่า
ไม่กลับบ้านไม่เคยโทรบอกแม่...
รู้ไหมว่าแม่จะรู้สึกยังไง
เปลี่ยนโหมดเป็นเด็กเสเพลของคุณแม่ไปซะแล้ว
เรื่องที่เคยดุน้องไป ก็เป็นไปเองซะแล้ว
ทำแม่ร้องไห้ในวันแม่ด้วย
เด็กเสเพลกลับใจแล้วนะแม่นะ
หายโกรธหมี่นะ
จะเปลี่ยนโหมดเป็นเด็กดีที่แม่พึ่งได้แล้ว
เชื่อสิ
7.8.51
กาแฟ addicted -_-
>> เป็นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าตลอดการเดินทางมาทำงาน <<
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เดี๋ยวนี้พยายามตื่นให้เช้ากว่าเดิม เพราะอยากจะมาให้ทันเวลาเข้างาน
และก็พยายามนอนเร็วกว่าเดิมแล้วด้วย
ประมาณวันละ 6 ชม. เป็นอย่างน้อย
(จะว่าไป มันก็ไม่น้อย)
ตื่นไม่เคยจะได้ตามเป้าเลย
แถมสลึมสลือ หลับบนรถเมล์ตลอดเวลา
(ข่าวล่า อัพเดท มีรถเมล์ฟรี บริการประชาชนแล้วนะคะ ตื่นเต้น)
เป็นอาการที่เหนื่อยมากอยู่
ทรมาน และใช้เวลาไม่เกิดประโยชน์
จำได้ว่าการอ่านหนังสือบนรถเมล์เป็นอะไรที่ดีและคุ้มค่ามาก
เคยทำได้ด้วย อ่านติดกันทุกวัน
T_T
แต่ตอนนี้เป็นอะไรไม่รู้
ร่างกายอ่อนเพลีย
มีคนบอกว่า อาจจะเป็นเพราะนอนกรน หายใจไม่เต็มที่
อีกหนึ่งทฤษฎีคือ กินอาหารดึก ร่างกายทำงานหนักแม้เวลานอน
เพราะแบกอาหารเอาไว้ (เหยย)
หรือเครียดกับงานมากเกินไป
ไม่รู้จะแก้ยังไง
การที่ร่างกายถูกใช้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพแบบนี้...
แอบทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี อยากเปลี่ยนแปลง
อยากแข็งแรง
การที่ร่างกายไม่ fresh ก็เป็นเหตุให้หาเรื่องกินกาแฟได้ตลอดเวลา
แล้วก็อุปาทานไปว่ากาแฟช่วยได้
เฮ้ออออออ
เข้าสู่วังวนเดิมอีกแล้วคับท่าน
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เดี๋ยวนี้พยายามตื่นให้เช้ากว่าเดิม เพราะอยากจะมาให้ทันเวลาเข้างาน
และก็พยายามนอนเร็วกว่าเดิมแล้วด้วย
ประมาณวันละ 6 ชม. เป็นอย่างน้อย
(จะว่าไป มันก็ไม่น้อย)
ตื่นไม่เคยจะได้ตามเป้าเลย
แถมสลึมสลือ หลับบนรถเมล์ตลอดเวลา
(ข่าวล่า อัพเดท มีรถเมล์ฟรี บริการประชาชนแล้วนะคะ ตื่นเต้น)
เป็นอาการที่เหนื่อยมากอยู่
ทรมาน และใช้เวลาไม่เกิดประโยชน์
จำได้ว่าการอ่านหนังสือบนรถเมล์เป็นอะไรที่ดีและคุ้มค่ามาก
เคยทำได้ด้วย อ่านติดกันทุกวัน
T_T
แต่ตอนนี้เป็นอะไรไม่รู้
ร่างกายอ่อนเพลีย
มีคนบอกว่า อาจจะเป็นเพราะนอนกรน หายใจไม่เต็มที่
อีกหนึ่งทฤษฎีคือ กินอาหารดึก ร่างกายทำงานหนักแม้เวลานอน
เพราะแบกอาหารเอาไว้ (เหยย)
หรือเครียดกับงานมากเกินไป
ไม่รู้จะแก้ยังไง
การที่ร่างกายถูกใช้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพแบบนี้...
แอบทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี อยากเปลี่ยนแปลง
อยากแข็งแรง
การที่ร่างกายไม่ fresh ก็เป็นเหตุให้หาเรื่องกินกาแฟได้ตลอดเวลา
แล้วก็อุปาทานไปว่ากาแฟช่วยได้
เฮ้ออออออ
เข้าสู่วังวนเดิมอีกแล้วคับท่าน
28.7.51
... Bird eye view ...
เป็นชื่อบริษัทรับผลิตงาน production แห่งหนึ่ง
และเป็นชื่อมุมมองชนิดหนึ่งที่ใช้เรียกกันในแวดวงการถ่ายภาพและถ่ายวีดีโอ
เวลาที่นกกำลังบิน แล้วมองลงมาจากฟ้า
มันคงจะเห็นถนนที่ต่อยาวเชื่อมกันหมดทั้งเมือง
เห็นทางตัน ที่แอบมีทางออกอยู่ซอกหลืบเล็กๆ สักแห่ง
มันอาจจะเห็นคนกำลังมุ่งตรงไปทางไหนสักทาง
และกำลังจะชนกับอีกคน ตรงมุมตึก
มันอาจจะเห็นคนที่กำลังยืนรอคน และเห็นคนที่ถูกรอกำลังขับรถมาอย่างเร็ว
มันอาจจะเห็นที่สุดปลายทางถนน ที่ใครๆ ก็มุ่งหน้าไป
เป็นปลายทางที่นำไปสู่ความมรณา
ทั้งที่บรรดาคนที่กำลังมุ่งหน้าไป ไม่เฉลียวใจสักนิด
ถ้าใครเคยอ่าน Harry Potter ลองนึกภาพตาม
เวลาที่เรามองแผนที่ตัวกวน ก็คงจะเหมือนกับที่นกมองเรา
มีคนมากมายในฮอกวอตส์เดินไปเดินมา
แต่ละคนที่เดินอยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง
แต่สำหรับเราที่มองแบบ bird eye view
เห็นทะลุหมดทุกอย่าง
เวลาที่เราต้องเป็นผู้นำ ต้องดูแลคนมากมาย มีงานอยู่ในมือหลายอย่าง
สิ่งที่เราต้อง Care และต้อง Focus ก็มีหลายๆ ชิ้น
ถ้าหากเราเดินไปเรื่อยๆ มองแค่เส้นทางที่ไปข้างหน้า
ก็คงยาก ที่จะดูแลสิ่งอื่นๆ ได้ไหว
เพราะแค่เดินคนเดียวให้ถูกทาง ยังยากเลย สำหรับ Sight seeing แบบนั้น
เรียนรู้ที่จะมองมุมสูงเข้าไว้
เพื่อให้มองเห็นเวลาที่ใครจะเดินชนใคร
เห็นว่าคนภายใต้จะเดินถูกหรือผิดทางยังไง
มองให้เห็นว่าถ้าเราและทีมเดินทางนี้ไปเรื่อยๆ แล้วจะไปเจออะไร
เราจะได้ตัดสินใจได้ถูก
ปรับแผนได้ทัน
ป้องกันได้ครบถ้วน
บางทีคนที่อยู่ข้างบน ก็ต้องทำอะไรบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ
เพื่อการดูแลและปกป้องคนภายใต้อย่างครบถ้วน
หากเราเองมองแค่ข้างหน้า ทางของตัวเราคนเดียว ไม่ได้เห็นคนอื่นที่อยู่ในถนนสายเดียวกัน
ไม่ได้เห็นว่าอีก 1 กิโลเมตรจะเป็นอะไร
แล้วยังเชื่อตัวเองมากกว่าเชื่อคนที่มองอยู่ข้างบน
อย่างนี้จะไปรอดไหมล่ะเนี่ย
ใครอยากเป็นนก คงยังไม่ต้องหัดบิน
หัดมองมุมเดียวกับนกให้ได้ก่อน
ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่านะ
นางนวลเอ๋ย
และเป็นชื่อมุมมองชนิดหนึ่งที่ใช้เรียกกันในแวดวงการถ่ายภาพและถ่ายวีดีโอ
เวลาที่นกกำลังบิน แล้วมองลงมาจากฟ้า
มันคงจะเห็นถนนที่ต่อยาวเชื่อมกันหมดทั้งเมือง
เห็นทางตัน ที่แอบมีทางออกอยู่ซอกหลืบเล็กๆ สักแห่ง
มันอาจจะเห็นคนกำลังมุ่งตรงไปทางไหนสักทาง
และกำลังจะชนกับอีกคน ตรงมุมตึก
มันอาจจะเห็นคนที่กำลังยืนรอคน และเห็นคนที่ถูกรอกำลังขับรถมาอย่างเร็ว
มันอาจจะเห็นที่สุดปลายทางถนน ที่ใครๆ ก็มุ่งหน้าไป
เป็นปลายทางที่นำไปสู่ความมรณา
ทั้งที่บรรดาคนที่กำลังมุ่งหน้าไป ไม่เฉลียวใจสักนิด
ถ้าใครเคยอ่าน Harry Potter ลองนึกภาพตาม
เวลาที่เรามองแผนที่ตัวกวน ก็คงจะเหมือนกับที่นกมองเรา
มีคนมากมายในฮอกวอตส์เดินไปเดินมา
แต่ละคนที่เดินอยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง
แต่สำหรับเราที่มองแบบ bird eye view
เห็นทะลุหมดทุกอย่าง
เวลาที่เราต้องเป็นผู้นำ ต้องดูแลคนมากมาย มีงานอยู่ในมือหลายอย่าง
สิ่งที่เราต้อง Care และต้อง Focus ก็มีหลายๆ ชิ้น
ถ้าหากเราเดินไปเรื่อยๆ มองแค่เส้นทางที่ไปข้างหน้า
ก็คงยาก ที่จะดูแลสิ่งอื่นๆ ได้ไหว
เพราะแค่เดินคนเดียวให้ถูกทาง ยังยากเลย สำหรับ Sight seeing แบบนั้น
เรียนรู้ที่จะมองมุมสูงเข้าไว้
เพื่อให้มองเห็นเวลาที่ใครจะเดินชนใคร
เห็นว่าคนภายใต้จะเดินถูกหรือผิดทางยังไง
มองให้เห็นว่าถ้าเราและทีมเดินทางนี้ไปเรื่อยๆ แล้วจะไปเจออะไร
เราจะได้ตัดสินใจได้ถูก
ปรับแผนได้ทัน
ป้องกันได้ครบถ้วน
บางทีคนที่อยู่ข้างบน ก็ต้องทำอะไรบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ
เพื่อการดูแลและปกป้องคนภายใต้อย่างครบถ้วน
หากเราเองมองแค่ข้างหน้า ทางของตัวเราคนเดียว ไม่ได้เห็นคนอื่นที่อยู่ในถนนสายเดียวกัน
ไม่ได้เห็นว่าอีก 1 กิโลเมตรจะเป็นอะไร
แล้วยังเชื่อตัวเองมากกว่าเชื่อคนที่มองอยู่ข้างบน
อย่างนี้จะไปรอดไหมล่ะเนี่ย
ใครอยากเป็นนก คงยังไม่ต้องหัดบิน
หัดมองมุมเดียวกับนกให้ได้ก่อน
ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่านะ
นางนวลเอ๋ย
24.7.51
.... Thanks for Your blessing and sorry for my silly ....
-_-
อย่างที่บอกไว้ว่า
มีเรื่องกลับใจเพียบ!!
ตลอดเวลาที่เห็นสิ่งดี ดี ดี ดี และ ดี มากมายในชีวิต
ก็เป็นตลอดเวลาที่ต้องเปลี่ยน เปลี่ยน และเปลี่ยนอะไรมากมายในชีวิตเช่นกัน
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่น่ารำคาญใจได้ตลอดเวลา
ไม่ได้รำคาญคนอื่น
แต่รำคาญตัวเอง
ที่หลายๆ ทีก็พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด
หลายๆ ที คิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด
มีงานหลุดตั้งหลายอย่าง (ที่ไม่มีใครรู้ว่าหลุด ทำและรู้อยู่คนเดียว)
หลายๆ ครั้งก็ไม่รอบคอบ
คิดช้าและคิดน้อย
ไม่คิดเผื่อคนอื่น
ไม่ดูแลความเรียบร้อยของหลายๆ อย่างที่ต้องดู
เอ่อ.......
อะไรก็ไม่รู้ เยอะแยะไปหมดเลย
รู้สึกไม่ค่อยดี...
เล็กๆ...
ก็รู้สึกไม่ดีเยอะเหมือนกันแหละ T_T
แต่ก็นะ
คนที่รู้ตัวว่าป่วย... ก็จะไปหาหมอให้รักษา
คนที่รู้ตัวว่าตัวเองผิดพลาดเรื่องอะไร...
ก็จะหาวิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ไม่ผิดพลาดเรื่องเดิมๆ
อาจจะดีก็ได้
เราอาจจะไม่ได้แย่มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่เราอาจจะกำลังรู้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราแย่เรื่องอะไร
เพื่อที่เราจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
เป็นที่พึ่ง ดูแลช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าหากว่าเรามีชีวิตเล็กๆ ที่รองรับได้แค่บางเรื่อง
เพราะเราไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยบางอย่างเพื่อคนอื่น...
สิ่งมหัศจรรย์บางอย่างก็จะไม่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา
(ถ้าไม่รู้ สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอบนโลกใบนี้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองเห็นมันไหม)
ขนาดเป็นแบบนี้ -_-"
ยังมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นกับชีวิตตั้งเยอะ มาก มาก มาก
โอย เป็นลูกพระเจ้านี่มันดีจริงๆ
(วงเล็บอีกครั้ง แม้ว่าไอ้ลูกคนนี้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็เหอะ)
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการอวยพรทุกอย่างค่ะ
แล้วคราวหน้าจะมาเล่าเรื่องอาหารมื้อที่แพงที่สุดในชีวิตนะ
เป็นอีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์
อย่างที่บอกไว้ว่า
มีเรื่องกลับใจเพียบ!!
ตลอดเวลาที่เห็นสิ่งดี ดี ดี ดี และ ดี มากมายในชีวิต
ก็เป็นตลอดเวลาที่ต้องเปลี่ยน เปลี่ยน และเปลี่ยนอะไรมากมายในชีวิตเช่นกัน
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่น่ารำคาญใจได้ตลอดเวลา
ไม่ได้รำคาญคนอื่น
แต่รำคาญตัวเอง
ที่หลายๆ ทีก็พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด
หลายๆ ที คิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด
มีงานหลุดตั้งหลายอย่าง (ที่ไม่มีใครรู้ว่าหลุด ทำและรู้อยู่คนเดียว)
หลายๆ ครั้งก็ไม่รอบคอบ
คิดช้าและคิดน้อย
ไม่คิดเผื่อคนอื่น
ไม่ดูแลความเรียบร้อยของหลายๆ อย่างที่ต้องดู
เอ่อ.......
อะไรก็ไม่รู้ เยอะแยะไปหมดเลย
รู้สึกไม่ค่อยดี...
เล็กๆ...
ก็รู้สึกไม่ดีเยอะเหมือนกันแหละ T_T
แต่ก็นะ
คนที่รู้ตัวว่าป่วย... ก็จะไปหาหมอให้รักษา
คนที่รู้ตัวว่าตัวเองผิดพลาดเรื่องอะไร...
ก็จะหาวิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ไม่ผิดพลาดเรื่องเดิมๆ
อาจจะดีก็ได้
เราอาจจะไม่ได้แย่มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่เราอาจจะกำลังรู้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราแย่เรื่องอะไร
เพื่อที่เราจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
เป็นที่พึ่ง ดูแลช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าหากว่าเรามีชีวิตเล็กๆ ที่รองรับได้แค่บางเรื่อง
เพราะเราไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยบางอย่างเพื่อคนอื่น...
สิ่งมหัศจรรย์บางอย่างก็จะไม่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา
(ถ้าไม่รู้ สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอบนโลกใบนี้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองเห็นมันไหม)
ขนาดเป็นแบบนี้ -_-"
ยังมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นกับชีวิตตั้งเยอะ มาก มาก มาก
โอย เป็นลูกพระเจ้านี่มันดีจริงๆ
(วงเล็บอีกครั้ง แม้ว่าไอ้ลูกคนนี้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็เหอะ)
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการอวยพรทุกอย่างค่ะ
แล้วคราวหน้าจะมาเล่าเรื่องอาหารมื้อที่แพงที่สุดในชีวิตนะ
เป็นอีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์
17.7.51
ดี......
วันนี้เป็นวันดีๆ อีกหนึ่งวัน
หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทชีวิตใน blog มายาวนาน
(ปล่อยระเบิดเน่าๆ ทิ้งไว้หนึ่งข้อความตามอารมณ์)
ที่จริงวันดีๆ วันนี้ก็มีเรื่องที่ไม่ดีอยู่บ้าง
มาทำงานสาย
คุยงานกันไม่ลงตัว
.....
(พยายามนึกอยู่)
รอรถนาน
หิว
เอาเถอะ เรื่องแย่ๆ ถ้ามันจะหาให้มี มันก็มีอยู่แล้วล่ะ
เหมือนกับเวลาที่มองคนบางคน
ถ้าจะหากันแต่จุดเสีย หาเจอได้ไม่ยากแน่นอน
เพราะไม่มีใครสมบูรณ์ 100%
มาเล่าเรื่องดีๆ ของวันนี้ดีกว่า
ตอนเช้า ได้นอนยาวๆ เพราะวันหยุด รถไม่ติด
มีกับข้าวของมะวานให้กินก่อนออกจากบ้าน
ขึ้นรถมาก็ไม่ง่วงเลย ได้อ่านหนังสือและฟังเพลงตามต้องการ
ก็เลยไม่ต้องซื้ออะไรรองท้อง กินกาแฟตามใจปากสักมื้อ
...อร่อยมาก
เข้ามาที่ออฟฟิศ ได้พบปะพูดคุยเสวนา และนมัสการพระเจ้าสั้นๆ
พระเจ้าพูดด้วย...
ก็มีกำลังใจทำงานมากกว่าเดิมอีก 7 เท่า
ได้การ์ดวันเกิดคืนมา หลังจากที่หายและหลงลืมไปอยู่กะพี่นิกกว่าเดือน
อ่านแล้วก็มีกำลังใจ
รายการใหม่ที่ทำแล้วส่งให้พี่น้อง comment ก็มี feedback ที่ดี
งานต่างๆ ตาม list เสร็จเกือบครบ
สำคัญและดีมาก เรื่องนี้
รถของพี่เอ๋และพี่เพ็ญ กลับคืนมาได้อย่างปาฏิหาริย์
หลังจากที่โดนขโมยหายไปจากหน้าออฟฟิศเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
หายไปพร้อมเทปรายการนิยมกล้อง ณ Trip ปักกิ่ง ที่มี connection และ sponsor เพียบ!!
....
กลับมาแล้ววววว
ดีใจกันทั้งออฟฟิศ
นั่งรถกลับบ้าน ผ่าน Oishi Express สาขาใหม่ เมเจอร์รัชโยธิน
(บอกพระเจ้าไปว่า อยากกินจัง อิอิ)
ถึงบ้านมีของเหลือจาก Pizza ให้กิน
แล้วก็มีคำชวนจากแม่ว่า
"พรุ่งนี้ไปกินโออิชิไหม"
ฟังแล้วอยากจะกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ
แม่น่ารักมาก และพระเจ้าก็น่ารักมากๆๆๆ
นี่เป็นเรื่องดีๆ ที่จับต้องได้
มีเรื่องดีๆ ที่เป็นเรื่องของความรู้สึก จับต้องไม่ได้ อีกเพียบ!!
ดีๆๆๆ
กลับมาดูรายการนิยมกล้องสัปดาห์นี้
ก็เห็นการพัฒนาที่ดี
ดูแล้วสนุกและภูมิใจไปด้วยเลย
ดีๆๆๆๆๆ
มีความสุขจังเลย
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
(blog ถัดไปจากนี้จะเขียนเรื่องกลับใจ T_T เป็นเหตุการณ์ก่อนเรื่องดีๆ นี่ล่ะค่ะ)
หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทชีวิตใน blog มายาวนาน
(ปล่อยระเบิดเน่าๆ ทิ้งไว้หนึ่งข้อความตามอารมณ์)
ที่จริงวันดีๆ วันนี้ก็มีเรื่องที่ไม่ดีอยู่บ้าง
มาทำงานสาย
คุยงานกันไม่ลงตัว
.....
(พยายามนึกอยู่)
รอรถนาน
หิว
เอาเถอะ เรื่องแย่ๆ ถ้ามันจะหาให้มี มันก็มีอยู่แล้วล่ะ
เหมือนกับเวลาที่มองคนบางคน
ถ้าจะหากันแต่จุดเสีย หาเจอได้ไม่ยากแน่นอน
เพราะไม่มีใครสมบูรณ์ 100%
มาเล่าเรื่องดีๆ ของวันนี้ดีกว่า
ตอนเช้า ได้นอนยาวๆ เพราะวันหยุด รถไม่ติด
มีกับข้าวของมะวานให้กินก่อนออกจากบ้าน
ขึ้นรถมาก็ไม่ง่วงเลย ได้อ่านหนังสือและฟังเพลงตามต้องการ
ก็เลยไม่ต้องซื้ออะไรรองท้อง กินกาแฟตามใจปากสักมื้อ
...อร่อยมาก
เข้ามาที่ออฟฟิศ ได้พบปะพูดคุยเสวนา และนมัสการพระเจ้าสั้นๆ
พระเจ้าพูดด้วย...
ก็มีกำลังใจทำงานมากกว่าเดิมอีก 7 เท่า
ได้การ์ดวันเกิดคืนมา หลังจากที่หายและหลงลืมไปอยู่กะพี่นิกกว่าเดือน
อ่านแล้วก็มีกำลังใจ
รายการใหม่ที่ทำแล้วส่งให้พี่น้อง comment ก็มี feedback ที่ดี
งานต่างๆ ตาม list เสร็จเกือบครบ
สำคัญและดีมาก เรื่องนี้
รถของพี่เอ๋และพี่เพ็ญ กลับคืนมาได้อย่างปาฏิหาริย์
หลังจากที่โดนขโมยหายไปจากหน้าออฟฟิศเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
หายไปพร้อมเทปรายการนิยมกล้อง ณ Trip ปักกิ่ง ที่มี connection และ sponsor เพียบ!!
....
กลับมาแล้ววววว
ดีใจกันทั้งออฟฟิศ
นั่งรถกลับบ้าน ผ่าน Oishi Express สาขาใหม่ เมเจอร์รัชโยธิน
(บอกพระเจ้าไปว่า อยากกินจัง อิอิ)
ถึงบ้านมีของเหลือจาก Pizza ให้กิน
แล้วก็มีคำชวนจากแม่ว่า
"พรุ่งนี้ไปกินโออิชิไหม"
ฟังแล้วอยากจะกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ
แม่น่ารักมาก และพระเจ้าก็น่ารักมากๆๆๆ
นี่เป็นเรื่องดีๆ ที่จับต้องได้
มีเรื่องดีๆ ที่เป็นเรื่องของความรู้สึก จับต้องไม่ได้ อีกเพียบ!!
ดีๆๆๆ
กลับมาดูรายการนิยมกล้องสัปดาห์นี้
ก็เห็นการพัฒนาที่ดี
ดูแล้วสนุกและภูมิใจไปด้วยเลย
ดีๆๆๆๆๆ
มีความสุขจังเลย
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
(blog ถัดไปจากนี้จะเขียนเรื่องกลับใจ T_T เป็นเหตุการณ์ก่อนเรื่องดีๆ นี่ล่ะค่ะ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)