จำไม่ได้ว่าเคยเห็น blog ของใครสักคน พูดถึงเรื่อง "จังหวะ"
จังหวะกลอง จังหวะหัวใจ
จังหวะชีวิต
ดูเหมือนอะไรอะไรก็ควรจะมีจังหวะ
จังหวะที่ว่า ไม่ใช่จะเป็นจังหวะอะไรก็ได้
แต่เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ มีทิศทาง ที่มาที่ไป
การมีจังหวะแบบนี้
...ทำให้ไม่เกิดความสับสนมึนงง
...ทำให้ไพเราะและน่าฟัง
...ทำให้รู้ว่าอะไรๆ ยังปกติดี
...ทำให้รู้ว่า สิ่งที่กำลังจะเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับเราไหม
จังหวะกลองแบบ R&B ก็ไม่เหมือนจังหวะกลองแบบ Rock...
คงแล้วแต่คนจะชอบ
จังหวะหัวใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องควบคุมลำบาก...
แล้วแต่ละคนก็จะมีจังหวะชีวิตที่แตกต่างกัน
ซึ่งถ้าจูนจังหวะให้ตรงกันได้...
การเดินร่วมทางกันก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ
บางเวลา จังหวะชีวิตของเราอาจจะช้า...down...deep
แต่ในเวลาเดียวกัน คนบางคน อาจจะมีจังหวะที่ตื่นเต้น สนุกสนาน
ถ้าได้มาคุยกันมันจะเข้าใจกันไหม -_-"
วันนี้
พี่นิยมสอนว่า เวลาขยับตัวหรือทำอะไรก็ตาม ต้องมีจังหวะ
(อันนี้เพิ่มเองค่ะ) เราจะได้รู้ว่า เราจะไปทางไหน ทำอะไรต่อ ได้อย่างไม่ติดขัด
มีจังหวะในการคิด มีการจังหวะในการพูด
มีจังหวะในการทำอะไรต่างๆ ที่เหมาะกับเรา...
ที่อาจจะต้องหาให้เจอโดยเร็ว
ถ้าไม่รู้จักจังหวะของตัวเอง คงจูนกับคนอื่นยาก
ถ้าไม่รู้ว่าพระเจ้าสร้างจังหวะแบบไหนให้กับเรา
เราจะเดินและทำสิ่งต่างๆ อย่างดีตามแผนการที่พระเจ้าวางไว้ได้ไหมละเนี่ย
ไม่รู้เหมือนกัน
แต่รู้ว่า ที่ผ่านมาเป็นคนแม่นจังหวะเพลงมาก
(อาจจะไม่แม่นคีย์ -_-")
ถ้าจังหวะชีวิตเราแม่นด้วยก็น่าจะดีนะ
พระเจ้าช่วยหมี่จูนด้วยนะคะ
3.7.51
29.6.51
กลับมา...
วันนี้ได้ไปโบสถ์แค่แป๊บเดียวเอง
ต้องไปขายของให้แม่ที่ร้าน
กลับมาบ้านแล้วได้ฟังข่าวดีหนึ่งอย่าง
ตอนอาบน้ำก็คิดถึงน้องสาวคนหนึ่ง
ที่เคยสนิทกันมาก รักมาก
ตอนนี้ไม่ค่อยได้เจอกัน
ชีวิตอยู่กันคนละที่
เขาไปผ่าตัด
ที่ต้องโดนเส้นประสาท
ทำให้เขาความจำเสื่อม
จำอะไรไม่ได้เลย
จำหมี่ไม่ได้ด้วย
ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามโทรไปคุยและอธิษฐานเผื่อ
วันนี้ได้ยินข่าวดี ที่น่าดีใจมาก
น้องสาวคนนั้นมาโบสถ์ กับพี่ที่มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง
เหมือนพระเจ้าพาเขากลับมา
กลับมาในที่ที่เป็นของเขาอีกครั้ง
หลายครั้ง
สิ่งที่เกิดก็เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดไว้
สิ่งที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ก็เกิดขึ้น
ทุกอย่างเป็นความจริง
ที่ล้วนแล้วแต่มีผลทางความรู้สึก
ไม่ว่าใครหนึ่งคนในชีวิตจะไปไหน
จะเป็นอย่างไร
อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขา
แต่วันหนึ่งเขาจะกลับมา
อยู่ในที่ที่เขาควรอยู่อีกครั้ง
รอคอยด้วยความรู้สึก
แต่เชื่อด้วยความจริง
ต้องไปขายของให้แม่ที่ร้าน
กลับมาบ้านแล้วได้ฟังข่าวดีหนึ่งอย่าง
ตอนอาบน้ำก็คิดถึงน้องสาวคนหนึ่ง
ที่เคยสนิทกันมาก รักมาก
ตอนนี้ไม่ค่อยได้เจอกัน
ชีวิตอยู่กันคนละที่
เขาไปผ่าตัด
ที่ต้องโดนเส้นประสาท
ทำให้เขาความจำเสื่อม
จำอะไรไม่ได้เลย
จำหมี่ไม่ได้ด้วย
ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามโทรไปคุยและอธิษฐานเผื่อ
วันนี้ได้ยินข่าวดี ที่น่าดีใจมาก
น้องสาวคนนั้นมาโบสถ์ กับพี่ที่มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง
เหมือนพระเจ้าพาเขากลับมา
กลับมาในที่ที่เป็นของเขาอีกครั้ง
หลายครั้ง
สิ่งที่เกิดก็เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดไว้
สิ่งที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ก็เกิดขึ้น
ทุกอย่างเป็นความจริง
ที่ล้วนแล้วแต่มีผลทางความรู้สึก
ไม่ว่าใครหนึ่งคนในชีวิตจะไปไหน
จะเป็นอย่างไร
อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขา
แต่วันหนึ่งเขาจะกลับมา
อยู่ในที่ที่เขาควรอยู่อีกครั้ง
รอคอยด้วยความรู้สึก
แต่เชื่อด้วยความจริง
You'll come back, when they call You.
It started out as a feeling
Which then grew into a hope
Which then turned into a quiet thought
Which then turned into a quiet word
And then that word grew louder and louder
Til it was a battle cry
I'll come back
When you call me
No need to say goodbye
Just because everything's changing
Doesn't mean it's never been this way before
All you can do is try to know
Who your friends are
As you head off to the war
Pick a star on the dark horizon
And follow the light
You'll come back
When it's over
No need to say good bye
You'll come back
When it's over
No need to say good bye..
Now we're back to the beginning
It's just a feeling and no one knows yet
But just because they can't feel it too
Doesn't mean that you have to forget
Let your memories grow stronger and stronger
Til they're before your eyes
You'll come back
When they call you
No need to say good bye
You'll come back
When they call you
No need to say good bye..
I love this song and I love this movie.
Love You, my Aslan...
Which then grew into a hope
Which then turned into a quiet thought
Which then turned into a quiet word
And then that word grew louder and louder
Til it was a battle cry
I'll come back
When you call me
No need to say goodbye
Just because everything's changing
Doesn't mean it's never been this way before
All you can do is try to know
Who your friends are
As you head off to the war
Pick a star on the dark horizon
And follow the light
You'll come back
When it's over
No need to say good bye
You'll come back
When it's over
No need to say good bye..
Now we're back to the beginning
It's just a feeling and no one knows yet
But just because they can't feel it too
Doesn't mean that you have to forget
Let your memories grow stronger and stronger
Til they're before your eyes
You'll come back
When they call you
No need to say good bye
You'll come back
When they call you
No need to say good bye..
I love this song and I love this movie.
Love You, my Aslan...
27.6.51
อัสลาน...
ได้ไปดู นาร์เนีย ภาค 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
คราวนี้ เด็กๆ (ที่โตกันหมดแล้ว) ต้องต่อสู้กันอย่างแสนสาหัส
โดยปราศจากวี่แววของอัสลาน... ผู้นำที่ทุกคนวางใจ
หลายๆ ครั้ง ชีวิตเราก็ต้องเผชิญกับอะไรหลายๆ อย่างด้วยจิตใจที่หวั่นไหว
เพราะไม่มีคนหนึ่งคนที่เราพึ่งพาได้อยู่ข้างๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นมีอยู่ 2 ตัวเลือก
สู้ต่อไป เหมือนมีที่ปรึกษาคนนั้นอยู่ใกล้ๆ
หรือตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าตามใจตัวเอง
เวลาที่ตามใจตัวเอง หลายครั้งก็เกิดจากอาการโกรธ
คนทีอยากจะปรึกษา ไม่อยู่ให้ปรึกษา
ทำเองก็ได้ (วะ)
อัสลานยังคงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่
สาวกทุกคนสามารถเชื่อมั่นและพึ่งได้เสมอ
เพียงแต่การที่มองไม่เห็นอัสลาน... ทำให้ความวางใจลดน้อยลง
และสิ่งดีๆ ที่เคยมีในตัวของแต่ละคน เริ่มหายไป
วันที่เราตามหาอัสลานด้วยความเชื่อ
ด้วยใจที่ต้องการการช่วยเหลือจริงๆ.....
อัสลานจะมาทันเวลาเสมอ
เพราะอัสลานไม่เคยไปไหน
รู้อย่างนี้แล้ว...
ทุกครั้งที่สู้และเผชิญกับสิ่งใดๆ
ก็คงไม่จำเป็นต้องกลัวหรือหวั่นไหวอีกนะ
คราวนี้ เด็กๆ (ที่โตกันหมดแล้ว) ต้องต่อสู้กันอย่างแสนสาหัส
โดยปราศจากวี่แววของอัสลาน... ผู้นำที่ทุกคนวางใจ
หลายๆ ครั้ง ชีวิตเราก็ต้องเผชิญกับอะไรหลายๆ อย่างด้วยจิตใจที่หวั่นไหว
เพราะไม่มีคนหนึ่งคนที่เราพึ่งพาได้อยู่ข้างๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นมีอยู่ 2 ตัวเลือก
สู้ต่อไป เหมือนมีที่ปรึกษาคนนั้นอยู่ใกล้ๆ
หรือตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าตามใจตัวเอง
เวลาที่ตามใจตัวเอง หลายครั้งก็เกิดจากอาการโกรธ
คนทีอยากจะปรึกษา ไม่อยู่ให้ปรึกษา
ทำเองก็ได้ (วะ)
อัสลานยังคงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่
สาวกทุกคนสามารถเชื่อมั่นและพึ่งได้เสมอ
เพียงแต่การที่มองไม่เห็นอัสลาน... ทำให้ความวางใจลดน้อยลง
และสิ่งดีๆ ที่เคยมีในตัวของแต่ละคน เริ่มหายไป
วันที่เราตามหาอัสลานด้วยความเชื่อ
ด้วยใจที่ต้องการการช่วยเหลือจริงๆ.....
อัสลานจะมาทันเวลาเสมอ
เพราะอัสลานไม่เคยไปไหน
รู้อย่างนี้แล้ว...
ทุกครั้งที่สู้และเผชิญกับสิ่งใดๆ
ก็คงไม่จำเป็นต้องกลัวหรือหวั่นไหวอีกนะ
21.6.51
- - อบอุ่น และยังคงอบอุ่นอยู่ - -
วันนี้ ช่วงพักกลางวัน...
หลังจากมีการประสานงานมากมายนับล้านเกิดขึ้นในชีวิต
อยู่ดีๆ ก็นั่งนึกถึงวันเก่าๆ เมื่อปีที่แล้ว
...ไม่น่าเชื่อว่า เราจะผ่านปัญหาต่างๆ มาได้จนทุกวันนี้ ...
มี moment ที่รู้สึกเหมือนชีวิตมีแต่ความล้มเหลว
และสร้างปัญหาให้กับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
กลับไปนึกถึงตอนนั้นแล้วจำอารมณ์เศร้าสุดขีดของตัวเองได้
แบบว่า... ร้องไห้ไม่หยุด
ร้องไห้ต่อหน้าประชาชนมากมายในบริษัทด้วย
.....
ผ่านวันนั้นมาได้จนถึงวันนี้
ปัญหามีมากขึ้น
แต่ผิดพลาดน้อยลง (อาจจะจำนวนมากขึ้น แต่สัดส่วนถือว่าน้อยกว่าเดิมน่า)
ความรับผิดชอบมีมากขึ้น
แต่ความเครียดมีน้อยลง
ความกดดันมีมากขึ้น
แต่ความทุกข์มีน้อยลง
ซึ่งกว่าจะผ่านมาได้เหอะ
เป็นความอัศจรรย์จริงๆ
ที่แน่ๆ มีหนึ่งอย่างที่ช่วยกู้ชีวิตในเวลาแบบนั้น
เช่น การที่มีคนร้องไห้อยู่ข้างๆ เวลาที่เราร้องไห้
มีความเข้าใจและเห็นใจอยู่ในทุกเวลา
มือที่พร้อมจะดูแลและช่วยเหลือประคับประคอง
อันนี้ก็เป็นความอัศจรรย์ที่มีคนแบบนั้นอยู่ข้างๆ เราเต็มไปหมด
และเป็นความอัศจรรย์ที่สิ่งเหล่านี้ทำให้เราก้าวข้ามผ่านปัญหาและความบ้าบอทุกอย่างมาได้
เชื่อไหมว่า ความรู้สึกอบอุ่นของวันนั้น ยังคงมีมาจนถึงวันนี้
และคนที่อยู่ข้างๆ เหล่านั้น ก็ยังไม่เคยห่างไปจากชีวิตอีกเลย
สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิต ตอนนี้นึกได้ 2 อย่าง
เวลาและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
เวลา ต้องถูกจัดการให้ดี เพราะมีผลถึงอนาคต
และความสัมพันธ์ ต้องถูกดูแลอย่างดี เพราะเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตในแต่ละวัน
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ที่มีคนรอบข้าง
หลังจากมีการประสานงานมากมายนับล้านเกิดขึ้นในชีวิต
อยู่ดีๆ ก็นั่งนึกถึงวันเก่าๆ เมื่อปีที่แล้ว
...ไม่น่าเชื่อว่า เราจะผ่านปัญหาต่างๆ มาได้จนทุกวันนี้ ...
มี moment ที่รู้สึกเหมือนชีวิตมีแต่ความล้มเหลว
และสร้างปัญหาให้กับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
กลับไปนึกถึงตอนนั้นแล้วจำอารมณ์เศร้าสุดขีดของตัวเองได้
แบบว่า... ร้องไห้ไม่หยุด
ร้องไห้ต่อหน้าประชาชนมากมายในบริษัทด้วย
.....
ผ่านวันนั้นมาได้จนถึงวันนี้
ปัญหามีมากขึ้น
แต่ผิดพลาดน้อยลง (อาจจะจำนวนมากขึ้น แต่สัดส่วนถือว่าน้อยกว่าเดิมน่า)
ความรับผิดชอบมีมากขึ้น
แต่ความเครียดมีน้อยลง
ความกดดันมีมากขึ้น
แต่ความทุกข์มีน้อยลง
ซึ่งกว่าจะผ่านมาได้เหอะ
เป็นความอัศจรรย์จริงๆ
ที่แน่ๆ มีหนึ่งอย่างที่ช่วยกู้ชีวิตในเวลาแบบนั้น
เช่น การที่มีคนร้องไห้อยู่ข้างๆ เวลาที่เราร้องไห้
มีความเข้าใจและเห็นใจอยู่ในทุกเวลา
มือที่พร้อมจะดูแลและช่วยเหลือประคับประคอง
อันนี้ก็เป็นความอัศจรรย์ที่มีคนแบบนั้นอยู่ข้างๆ เราเต็มไปหมด
และเป็นความอัศจรรย์ที่สิ่งเหล่านี้ทำให้เราก้าวข้ามผ่านปัญหาและความบ้าบอทุกอย่างมาได้
เชื่อไหมว่า ความรู้สึกอบอุ่นของวันนั้น ยังคงมีมาจนถึงวันนี้
และคนที่อยู่ข้างๆ เหล่านั้น ก็ยังไม่เคยห่างไปจากชีวิตอีกเลย
สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิต ตอนนี้นึกได้ 2 อย่าง
เวลาและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
เวลา ต้องถูกจัดการให้ดี เพราะมีผลถึงอนาคต
และความสัมพันธ์ ต้องถูกดูแลอย่างดี เพราะเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตในแต่ละวัน
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ที่มีคนรอบข้าง
18.6.51
- - หมดวัน - -
ชีวิตของมนุษย์นี่ ขึ้นอยู่กับเวลาสักกี่เปอร์เซ็นต์นะ
เหมือนกับเวลาผ่านไปเร็วมาก
จนทำให้เครียดและกดดัน
แป๊บๆ ก็ตื่นนอน
และแป๊บๆ ก็หมดวัน
ที่พระเจ้าบอกว่าจะเร่งวันเร่งคืนนี่
ไม่ใช่คำเปรียบเทียบใช่ไหมคะ
อยากนัดเจอเพื่อนอีกตั้งหลายกลุ่มก่อนสิ้นเดือน
มีอีกหลายโปรเจ็คจะต้องทำภายในไม่กี่เดือนนี้
เดือนหน้าก็จะต้องทำอะไรใหม่ๆ อีกหลายอย่าง
เวลามันผ่านไปเร็วมากๆ เลย
แป๊บเดียวเอง
หมดวันซะแล้ว
ถ้าคนเราไม่ต้องนอนได้ก็ดีสินะ ... เอาเวลาไปปั่นงาน
แต่ก็อย่างว่า ... การนอนเป็นความสุขสุดยอดของมนุษย์นี่นา
พระเจ้าตั้งใจให้มาด้วย ... ควรใช้ให้คุ้ม
(แค่นี้ก็โดนประทับตรา "บ้างาน" จากหลายสถาบันไปแล้ว เฮ้ออออ)
ถ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ของมนุษย์คือเรื่องของเวลา
ป่านนี้ต้องเครียดตายไปแล้วแน่ๆ
น่าดีใจที่ไม่ใช่แบบนั้น
หลายๆ ที ที่หมดวันไปกับความไม่ทันเวลาของการทำงาน
อาจจะได้ความสำเร็จกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง
และได้การเรียนรู้ใหม่ๆ มาทดแทน
ขอบคุณพระเจ้าที่โลกนี้มีอะไรมากกว่างาน และการไหลผ่านไปของเวลา
เหมือนกับเวลาผ่านไปเร็วมาก
จนทำให้เครียดและกดดัน
แป๊บๆ ก็ตื่นนอน
และแป๊บๆ ก็หมดวัน
ที่พระเจ้าบอกว่าจะเร่งวันเร่งคืนนี่
ไม่ใช่คำเปรียบเทียบใช่ไหมคะ
อยากนัดเจอเพื่อนอีกตั้งหลายกลุ่มก่อนสิ้นเดือน
มีอีกหลายโปรเจ็คจะต้องทำภายในไม่กี่เดือนนี้
เดือนหน้าก็จะต้องทำอะไรใหม่ๆ อีกหลายอย่าง
เวลามันผ่านไปเร็วมากๆ เลย
แป๊บเดียวเอง
หมดวันซะแล้ว
ถ้าคนเราไม่ต้องนอนได้ก็ดีสินะ ... เอาเวลาไปปั่นงาน
แต่ก็อย่างว่า ... การนอนเป็นความสุขสุดยอดของมนุษย์นี่นา
พระเจ้าตั้งใจให้มาด้วย ... ควรใช้ให้คุ้ม
(แค่นี้ก็โดนประทับตรา "บ้างาน" จากหลายสถาบันไปแล้ว เฮ้ออออ)
ถ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ของมนุษย์คือเรื่องของเวลา
ป่านนี้ต้องเครียดตายไปแล้วแน่ๆ
น่าดีใจที่ไม่ใช่แบบนั้น
หลายๆ ที ที่หมดวันไปกับความไม่ทันเวลาของการทำงาน
อาจจะได้ความสำเร็จกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง
และได้การเรียนรู้ใหม่ๆ มาทดแทน
ขอบคุณพระเจ้าที่โลกนี้มีอะไรมากกว่างาน และการไหลผ่านไปของเวลา
16.6.51
เชื่อใจ และ ให้เกียรติ
วันนี้ไปงานแต่งงานของเพื่อน
ไม่ได้เข้าไปในงาน เพราะไปช้า
อุตส่าห์แต่งตัวซะสวยเลย
ก็เลยได้นั่งคุยกับเพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกัน
คุยถึงชีวิตคู่ของเพื่อนคนนั้น คนนี้
รวมถึงความรักของเพื่อนสาวของเราด้วย
(ยังไม่มีใครแต่งงาน แต่คบกันเสมือนจะแต่งแล้ว)
ได้คำตอบมา 2 อย่าง
ความรักที่ไม่ให้เกียรติกัน ก็ไม่สามารถทำให้คนอีกฝ่ายอยู่อย่างมีความสุขได้
และความรักที่ไม่ได้มีความเชื่อใจ
ไม่สามารถทำให้เราอยู่อย่างมีความสุขได้เช่นกัน
โดยเฉพาะคนที่ไม่เชื่อใจคนอีกฝ่าย
หัวใจก็คงว้าวุ่นหวั่นไหว...
ตลอดเวลา
ยังคงยืนยันเหมือนเดิม
ชีวิตคู่ เป็นชีวิตที่อบอุ่น...
ถ้าคู่นั้น รัก ให้เกียรติ และเชื่อใจซึ่งกันและกัน
ไม่ได้เข้าไปในงาน เพราะไปช้า
อุตส่าห์แต่งตัวซะสวยเลย
ก็เลยได้นั่งคุยกับเพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกัน
คุยถึงชีวิตคู่ของเพื่อนคนนั้น คนนี้
รวมถึงความรักของเพื่อนสาวของเราด้วย
(ยังไม่มีใครแต่งงาน แต่คบกันเสมือนจะแต่งแล้ว)
ได้คำตอบมา 2 อย่าง
ความรักที่ไม่ให้เกียรติกัน ก็ไม่สามารถทำให้คนอีกฝ่ายอยู่อย่างมีความสุขได้
และความรักที่ไม่ได้มีความเชื่อใจ
ไม่สามารถทำให้เราอยู่อย่างมีความสุขได้เช่นกัน
โดยเฉพาะคนที่ไม่เชื่อใจคนอีกฝ่าย
หัวใจก็คงว้าวุ่นหวั่นไหว...
ตลอดเวลา
ยังคงยืนยันเหมือนเดิม
ชีวิตคู่ เป็นชีวิตที่อบอุ่น...
ถ้าคู่นั้น รัก ให้เกียรติ และเชื่อใจซึ่งกันและกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)