เช้าวันพุธ ตื่นมาตอนหกโมงกว่าๆ
กับเรื่องมากมายในรายการสนุก 3 ดี วนเวียนอยู่ในหัว
มีอะไรเยอะเหลือเกินที่จะต้องทำให้เกิด แต่ยังไม่เกิด
ก็เลยทำให้เวลาชั่วโมงนึงที่หลับต่อ
หลับได้ไม่สนิทเท่าไหร่...
คิดอยู่แต่เรื่องเดิม
(คิดจนถึงขึ้นรถเมล์ แล้ว list งานในหัวออกมาได้ ถึงค่อยโล่งใจ)
ผ่านไป 2 วัน
เมื่อวานนอนตอนตี 3 ที่ออฟฟิศ
งานก็เสร็จอยู่
แต่ไม่เสร็จได้ครบเหมือนที่ตั้งใจ
แล้วก็มีอะไรอีกมากมาย
ที่รู้สึกว่าทำไมมันถึงยังไม่เสร็จซะที
นี่มันเดือนมิ.ย. ใกล้จะ ก.ค. แล้ว
มีอีกตั้งหลายอย่างยังไม่ได้ทำ
เริ่มกลัวอนาคต
หลอน... ว่า deadline จะผ่านไปโดยไม่มีอะไรสมบูรณ์
งานจะไม่ดีอย่างที่ตั้งใจไว้
แผนต่างๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มวาง ก็กลัวจะช้าเกินไป
ปล่อยให้เวลาและโอกาสที่ดีๆ ผ่านไปเรื่อยๆ อย่างน่าเสียดาย
ไม่มีอะไรที่ทันเวลาได้ดั่งใจซะที
เหมือนเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองไหม
การทำงานให้สำเร็จแต่ละอย่างได้ มันมีองค์ประกอบที่มากมายกว่านั้น
เทคโนโลยี เครื่องมือ เงิน ทีมงานที่ดี
ก็สำคัญและจำเป็นไม่แพ้ใจของเราเอง
การเดินไปคนเดียวอาจจะเร็วกว่า
แต่ว่าการไปกับเพื่อนรอบข้างมีความสุขและถึงเป้าหมายอย่างสมบูรณ์กว่า
สำหรับในเวลาที่ดูเหมือนเร่งด่วนอยู่ตลอดเวลา
เราคงทำได้แค่ ทำให้ 24 ชั่วโมงที่มีอยู่
เป็น 24 ชั่วโมงที่คุ้มค่า
กับคนอื่น
กับตัวเรา
แม้สำหรับหมี่ โลกหมุนเร็วเกินใจ แต่ว่าโลกคงไม่หมุนเร็วเกินไป
13.6.51
10.6.51
ที่ 100
บทความที่กำลังพิมพ์ตอนนี้ เป็นบทความที่ 101
ใครจะรู้ว่าบทความที่ 100 คือบทความที่เขียนในวันเกิดอายุ 25 ของเรา
5 มิ.ย. 2551
ก็ไม่ได้เชื่อเรื่องโชคลางตัวเลขใดๆ
แต่เชื่อเสมอว่า ไม่มีอะไรบังเอิญ
รวมถึงความเหมาะเจาะแบบนี้ด้วย
เลขสวยๆ มันก็ตื่นเต้นดี
ไม่ได้เขียน blog มาเกือบสัปดาห์
ไม่ได้ขี้เกียจเขียนแต่อย่างใด
แต่ว่ากลไกชีวิตมันวิ่งเร็วมาก
เร็วมากๆๆๆ
แล้วก็วุ่นวายไปหมด
เหลือเวลาสำหรับพักใจน้อยเกินไป
(ส่วนเวลาสำหรับพักกายไม่ต้องห่วง ถึงเวลา ปิดโหมดอัตโนมัติ)
วันนี้ได้คุยกับน้องคนหนึ่ง พูดถึงความขี้ลืมของคน
คนบางคน ขี้ลืมตั้งแต่เล็กแต่น้อย ขยันลืมบ่อยจนน่าแปลกใจ
และคนบางคน ยิ่งทำงานเยอะ ดูเหมือนเก่งขึ้น แต่กลับขี้ลืมได้มากกว่าเดิม
แบบนี้ก็น่าแปลกใจ ไม่รู้เพราะอะไร
วันเกิดตัวเอง ถามคนข้างๆ ไป 3 รอบ ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่
(เมื่อกี๊ก็เพิ่งถามพี่อีกคน ว่าปีนี้ปีอะไร)
checklist มีอยู่ 3 ชุด ก็ยังลืมตามงานบางเรื่องจนได้
ลงความเห็นกันว่า คงเป็นที่ระบบการคิด
ยิ่งเรามีอะไรเยอะ รับอะไรเยอะ
เรายิ่งต้องจัดระบบความคิดให้รองรับไหว
ช่วงเยอะๆ แรกๆ ก็อาจจะหลุดๆ ลืมๆ บ่อย
เพราะยังจัดระบบความคิดไม่ได้
พอจัดระบบลงตัว เก่งขึ้นพอกับงานแล้ว
ก็เป็นช่วงเวลาของงานใหม่...
ทีนี้ก็หลุดกันอีกรอบ ต้องมาจัดระบบความคิดกันใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ทำอะไรได้มากกว่าเดิม
มนุษย์ก็เลยเก่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านช่วงเวลาสับสนและผิดพลาดในแต่ละระดับไปได้
ถ้าเป็นแนวคิดนี้
ไม่รู้ว่าจะเอาไปตอบได้ไหมว่า คนแก่ขี้ลืมเพราะมีความทรงจำเยอะจัด
เอ๊ หรือต้องเอาหลักการที่บอกว่ายิ่งอายุมากยิ่งขี้ลืม กลับไปตอบคำถามตอนแรกของตัวเอง
25 ปีที่ไม่เชื่อเรื่องเบญจเพส (คนทักเยอะเหลือเกิน) จะขี้ลืมมากกว่าเดิมไหมเนี่ย!!
ใครจะรู้ว่าบทความที่ 100 คือบทความที่เขียนในวันเกิดอายุ 25 ของเรา
5 มิ.ย. 2551
ก็ไม่ได้เชื่อเรื่องโชคลางตัวเลขใดๆ
แต่เชื่อเสมอว่า ไม่มีอะไรบังเอิญ
รวมถึงความเหมาะเจาะแบบนี้ด้วย
เลขสวยๆ มันก็ตื่นเต้นดี
ไม่ได้เขียน blog มาเกือบสัปดาห์
ไม่ได้ขี้เกียจเขียนแต่อย่างใด
แต่ว่ากลไกชีวิตมันวิ่งเร็วมาก
เร็วมากๆๆๆ
แล้วก็วุ่นวายไปหมด
เหลือเวลาสำหรับพักใจน้อยเกินไป
(ส่วนเวลาสำหรับพักกายไม่ต้องห่วง ถึงเวลา ปิดโหมดอัตโนมัติ)
วันนี้ได้คุยกับน้องคนหนึ่ง พูดถึงความขี้ลืมของคน
คนบางคน ขี้ลืมตั้งแต่เล็กแต่น้อย ขยันลืมบ่อยจนน่าแปลกใจ
และคนบางคน ยิ่งทำงานเยอะ ดูเหมือนเก่งขึ้น แต่กลับขี้ลืมได้มากกว่าเดิม
แบบนี้ก็น่าแปลกใจ ไม่รู้เพราะอะไร
วันเกิดตัวเอง ถามคนข้างๆ ไป 3 รอบ ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่
(เมื่อกี๊ก็เพิ่งถามพี่อีกคน ว่าปีนี้ปีอะไร)
checklist มีอยู่ 3 ชุด ก็ยังลืมตามงานบางเรื่องจนได้
ลงความเห็นกันว่า คงเป็นที่ระบบการคิด
ยิ่งเรามีอะไรเยอะ รับอะไรเยอะ
เรายิ่งต้องจัดระบบความคิดให้รองรับไหว
ช่วงเยอะๆ แรกๆ ก็อาจจะหลุดๆ ลืมๆ บ่อย
เพราะยังจัดระบบความคิดไม่ได้
พอจัดระบบลงตัว เก่งขึ้นพอกับงานแล้ว
ก็เป็นช่วงเวลาของงานใหม่...
ทีนี้ก็หลุดกันอีกรอบ ต้องมาจัดระบบความคิดกันใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ทำอะไรได้มากกว่าเดิม
มนุษย์ก็เลยเก่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านช่วงเวลาสับสนและผิดพลาดในแต่ละระดับไปได้
ถ้าเป็นแนวคิดนี้
ไม่รู้ว่าจะเอาไปตอบได้ไหมว่า คนแก่ขี้ลืมเพราะมีความทรงจำเยอะจัด
เอ๊ หรือต้องเอาหลักการที่บอกว่ายิ่งอายุมากยิ่งขี้ลืม กลับไปตอบคำถามตอนแรกของตัวเอง
25 ปีที่ไม่เชื่อเรื่องเบญจเพส (คนทักเยอะเหลือเกิน) จะขี้ลืมมากกว่าเดิมไหมเนี่ย!!
5.6.51
- - BD - -
เพราะว่าอยากให้โตมากขึ้นในวันเกิดปีนี้
ก็เลยมีเรื่องให้เรียนรู้ 1 อย่าง
ปล่อยให้พี่ชายที่น่ารักนั่งรอคุยงานด้วย 1 ชม.
มัวแต่อยู่ในงาน HBD ตัวเอง
คิดว่าพี่เขาจะโทรมา
เด็กน้อยเป็นที่สุด
เราเป็นเด็ก มานั่งรอผู้ใหญ่โทรหาได้ยังไง
ถึงแม้โทรหรือไม่ ก็ไม่ควรทิ้งนัดไปแบบนั้น
หลายๆ คำชมและคำอวยพรตลอดทั้งวัน
เทียบกับความรู้สึกผิดในใจ (ที่ค้างอยู่เป็นชม.)
ก็ทำให้วันนี้ เป็นวันเกิดที่น่าอัศจรรย์ใจได้มากเหลือเกิน
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีมากมายในตัวของหมี่
ที่สามารถเอาไปใช้ทำให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นได้เยอะแยะ
และขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งไม่ดีอีกหลายอย่าง
ที่กำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ยังไงก็ตาม
ก็จะเป็นหมี่แบบ Unique อย่างนี้ไปเรื่อยๆ แหละ
พระเจ้าสร้างมาดี
แม่สอนมาดี
และคนรอบข้างทุกคนก็ดูแลดีด้วยเช่นกัน
^_^
ดีใจๆ 25 แล้วววววววว
ก็เลยมีเรื่องให้เรียนรู้ 1 อย่าง
ปล่อยให้พี่ชายที่น่ารักนั่งรอคุยงานด้วย 1 ชม.
มัวแต่อยู่ในงาน HBD ตัวเอง
คิดว่าพี่เขาจะโทรมา
เด็กน้อยเป็นที่สุด
เราเป็นเด็ก มานั่งรอผู้ใหญ่โทรหาได้ยังไง
ถึงแม้โทรหรือไม่ ก็ไม่ควรทิ้งนัดไปแบบนั้น
หลายๆ คำชมและคำอวยพรตลอดทั้งวัน
เทียบกับความรู้สึกผิดในใจ (ที่ค้างอยู่เป็นชม.)
ก็ทำให้วันนี้ เป็นวันเกิดที่น่าอัศจรรย์ใจได้มากเหลือเกิน
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีมากมายในตัวของหมี่
ที่สามารถเอาไปใช้ทำให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นได้เยอะแยะ
และขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งไม่ดีอีกหลายอย่าง
ที่กำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ยังไงก็ตาม
ก็จะเป็นหมี่แบบ Unique อย่างนี้ไปเรื่อยๆ แหละ
พระเจ้าสร้างมาดี
แม่สอนมาดี
และคนรอบข้างทุกคนก็ดูแลดีด้วยเช่นกัน
^_^
ดีใจๆ 25 แล้วววววววว
2.6.51
- - 4 place - - 4 feeling - -
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา...
ได้ไปดูคอนเสิร์ต 4 แห่งและ 4 รูปแบบ
ทำให้ได้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป 4 อารมณ์...
10.30 น. ไปนั่งรอทีมนักดนตรีที่ Impact Arena
คนเดียว
ครั้งแรก
เกิดความรู้สึกแปลกๆ
แอบภูมิใจเล็กๆ ที่มีโอกาสเข้ามาทำงานในนี้
แม้จะเป็นแค่คนดูแลเนื้อเพลงให้ขึ้นได้ถูกต้อง
และเวลาที่ยืนดู Ctrl G เล่นดนตรี ตอน 13.00 น. ได้เห็นเนื้อเพลงที่ขึ้นอย่างถูกต้อง
ก็ดีใจ มาก ที่ได้อยู่ตรงนั้น
15.00 น. ไปที่ลาน Parc พารากอน
ไม่มีการ sound check ที่
ดูวง Eve & the Adams เล่น concert ในงาน Green Day
Sound Engineer เป็นทีมจาก Grammy
โอ้ แบบนี้เอง ที่เรียกว่า sound ดี
แล้วก็มีคนดูหลายคน
ที่ปรบมือให้ด้วยแววตาประทับใจ (คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้)
และเราก็ประทับใจ
17.30 น. sound check ที่เอกมัย
วง Eve & the Adams เล่นคอนเสิร์ตอีกครั้ง
เป็นคอนเสิร์ตเล็กๆ มีคนดูที่เป็นคริสเตียนประมาณเกือบร้อย
sound อาจจะไม่ดี คนอาจจะไม่อลังการ
แต่ก็อบอุ่นดี
21.30 น. ไปดูคอนเสิร์ตของ ดา เอ็นโดรฟิน
ที่ Indoor Stadium หัวหมาก
กว้างใหญ่อลังการ เครื่องเสียงสุดยอด
พลังเสียงไม่ต้องพูดถึง
ที่ต้องพูดถึงคือคนใน Hall ที่นั่งกันเกือบเต็ม
วันหนึ่ง วงดนตรีจาก Gsus7 จะได้เป็นแบบนั้น
อยู่ในบรรยากาศแบบนั้น
ไม่ได้อยากรวย
ไม่ได้อยากดัง
แค่อยากให้สิ่งดีๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของเรา
ได้ลงไปถึงใจของคนมากมายจริงๆ
เหนื่อยนะนั่น
แต่คุ้มซะ
ขอบคุณพระเจ้า
ได้ไปดูคอนเสิร์ต 4 แห่งและ 4 รูปแบบ
ทำให้ได้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป 4 อารมณ์...
10.30 น. ไปนั่งรอทีมนักดนตรีที่ Impact Arena
คนเดียว
ครั้งแรก
เกิดความรู้สึกแปลกๆ
แอบภูมิใจเล็กๆ ที่มีโอกาสเข้ามาทำงานในนี้
แม้จะเป็นแค่คนดูแลเนื้อเพลงให้ขึ้นได้ถูกต้อง
และเวลาที่ยืนดู Ctrl G เล่นดนตรี ตอน 13.00 น. ได้เห็นเนื้อเพลงที่ขึ้นอย่างถูกต้อง
ก็ดีใจ มาก ที่ได้อยู่ตรงนั้น
15.00 น. ไปที่ลาน Parc พารากอน
ไม่มีการ sound check ที่
ดูวง Eve & the Adams เล่น concert ในงาน Green Day
Sound Engineer เป็นทีมจาก Grammy
โอ้ แบบนี้เอง ที่เรียกว่า sound ดี
แล้วก็มีคนดูหลายคน
ที่ปรบมือให้ด้วยแววตาประทับใจ (คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้)
และเราก็ประทับใจ
17.30 น. sound check ที่เอกมัย
วง Eve & the Adams เล่นคอนเสิร์ตอีกครั้ง
เป็นคอนเสิร์ตเล็กๆ มีคนดูที่เป็นคริสเตียนประมาณเกือบร้อย
sound อาจจะไม่ดี คนอาจจะไม่อลังการ
แต่ก็อบอุ่นดี
21.30 น. ไปดูคอนเสิร์ตของ ดา เอ็นโดรฟิน
ที่ Indoor Stadium หัวหมาก
กว้างใหญ่อลังการ เครื่องเสียงสุดยอด
พลังเสียงไม่ต้องพูดถึง
ที่ต้องพูดถึงคือคนใน Hall ที่นั่งกันเกือบเต็ม
วันหนึ่ง วงดนตรีจาก Gsus7 จะได้เป็นแบบนั้น
อยู่ในบรรยากาศแบบนั้น
ไม่ได้อยากรวย
ไม่ได้อยากดัง
แค่อยากให้สิ่งดีๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของเรา
ได้ลงไปถึงใจของคนมากมายจริงๆ
เหนื่อยนะนั่น
แต่คุ้มซะ
ขอบคุณพระเจ้า
26.5.51
- - เป็นผู้ใหญ่ - -
คนที่เป็นเด็ก ก็คิดแบบเด็ก
เอาแต่ใจตัวเอง พูดไม่รู้เรื่อง
แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่
มักจะมีเหตุผล ยอมรับและยอมรับฟังคนอื่นได้ง่าย
เพราะมีใจที่กว้างขวาง
บางทีหมี่เองก็เป็นเด็ก อยากทำตามใจตัวเอง
ไม่อยากจะเหนื่อย ไม่อยากจะสนใจคนอื่น
ว่าเขาทำอะไรกันขนาดไหน
โลกไปไกลแล้ว
ระเบิดนิวเคลียร์ฆ่าคนตกนรกไปตั้งเท่าไหร่
นากิสทำคนตายไปกี่แสน
บางทีก็ไม่ได้จะไปสนใจอะไร
แค่เรื่องของตัวเองก็พอแล้ว
แต่ถ้าคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็จะรู้
การทำตัวให้เป็นที่พึ่งคนอื่นได้ มันน่าภูมิใจกว่าเยอะเลย
การให้ เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ
คำนี้เป็นจริงเสมอ
คนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้
บางทีหมี่ก็ไม่ชอบให้ใครมาเตือน
รู้สึกแย่ เสียใจ เซ็ง hurt
เราไม่ได้เป็น ไม่ได้คิดแบบนั้น
ทำไมต้องมาว่าด้วย เรามันแย่นักหรือไง
แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้
คนที่ประสบความสำเร็จ
น่าจะเคยผ่านช่วงชีวิตที่ล้มเหลวผิดพลาดมา ไม่มากก็น้อย
เวลาคนเตือนเรา ทำให้เราโตขึ้น เก่งขึ้น
และคนที่เตือนเรา บางทีก็เจ็บกว่าเราเสียอีก
บางทีหมี่ก็เป็นเด็ก คิดเล็กคิดน้อย
ใส่ใจกับเรื่องไร้สาระ
วุ่นวายกับความรู้สึกบางอย่าง ที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
สงสัย ไม่เชื่อใจ กลัว
แวบมาเป็นระยะๆ
แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้
ความรู้สึกพวกนี้ จะมีมากวนใจบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ว่าเราจะจัดการมันได้
แม้จะไม่ง่ายสักเท่าไหร่
เชื่อเถอะ เราจัดการมันได้
พอจัดการแล้วทุกอย่างก็จะราบรื่น และทางก็สว่างเองนั่นแหละ
บางเวลาก็โต บางเวลาก็เป็นเด็ก
แต่เปรียบเทียบกันจริงๆ แล้ว
เวลาที่เรารู้ว่าเราโตพอจะให้คนอื่นพึ่งพาได้
อย่างที่บอก...
ภูมิใจและมีความสุขกว่าเยอะเลยนะ
ขอบคุณพระเจ้า
ที่ทำให้หนูโตขึ้นเรื่อยๆ
(ไม่ได้พูดถึงส่วนสูง!!)
เอาแต่ใจตัวเอง พูดไม่รู้เรื่อง
แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่
มักจะมีเหตุผล ยอมรับและยอมรับฟังคนอื่นได้ง่าย
เพราะมีใจที่กว้างขวาง
บางทีหมี่เองก็เป็นเด็ก อยากทำตามใจตัวเอง
ไม่อยากจะเหนื่อย ไม่อยากจะสนใจคนอื่น
ว่าเขาทำอะไรกันขนาดไหน
โลกไปไกลแล้ว
ระเบิดนิวเคลียร์ฆ่าคนตกนรกไปตั้งเท่าไหร่
นากิสทำคนตายไปกี่แสน
บางทีก็ไม่ได้จะไปสนใจอะไร
แค่เรื่องของตัวเองก็พอแล้ว
แต่ถ้าคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็จะรู้
การทำตัวให้เป็นที่พึ่งคนอื่นได้ มันน่าภูมิใจกว่าเยอะเลย
การให้ เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ
คำนี้เป็นจริงเสมอ
คนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้
บางทีหมี่ก็ไม่ชอบให้ใครมาเตือน
รู้สึกแย่ เสียใจ เซ็ง hurt
เราไม่ได้เป็น ไม่ได้คิดแบบนั้น
ทำไมต้องมาว่าด้วย เรามันแย่นักหรือไง
แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้
คนที่ประสบความสำเร็จ
น่าจะเคยผ่านช่วงชีวิตที่ล้มเหลวผิดพลาดมา ไม่มากก็น้อย
เวลาคนเตือนเรา ทำให้เราโตขึ้น เก่งขึ้น
และคนที่เตือนเรา บางทีก็เจ็บกว่าเราเสียอีก
บางทีหมี่ก็เป็นเด็ก คิดเล็กคิดน้อย
ใส่ใจกับเรื่องไร้สาระ
วุ่นวายกับความรู้สึกบางอย่าง ที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
สงสัย ไม่เชื่อใจ กลัว
แวบมาเป็นระยะๆ
แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้
ความรู้สึกพวกนี้ จะมีมากวนใจบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ว่าเราจะจัดการมันได้
แม้จะไม่ง่ายสักเท่าไหร่
เชื่อเถอะ เราจัดการมันได้
พอจัดการแล้วทุกอย่างก็จะราบรื่น และทางก็สว่างเองนั่นแหละ
บางเวลาก็โต บางเวลาก็เป็นเด็ก
แต่เปรียบเทียบกันจริงๆ แล้ว
เวลาที่เรารู้ว่าเราโตพอจะให้คนอื่นพึ่งพาได้
อย่างที่บอก...
ภูมิใจและมีความสุขกว่าเยอะเลยนะ
ขอบคุณพระเจ้า
ที่ทำให้หนูโตขึ้นเรื่อยๆ
(ไม่ได้พูดถึงส่วนสูง!!)
24.5.51
-- hard --
ยากเกินไป
กับการดูแลความรู้สึก
ให้คงที่ คงมั่น คงความรู้สึกดีๆ ไว้ได้
ในทุกสถานการณ์
กำลังพยายามอยู่นะคะพระเจ้า
ช่วยด้วยค่ะ
กับการดูแลความรู้สึก
ให้คงที่ คงมั่น คงความรู้สึกดีๆ ไว้ได้
ในทุกสถานการณ์
กำลังพยายามอยู่นะคะพระเจ้า
ช่วยด้วยค่ะ
22.5.51
- - ระยะห่าง - -
เชื่อไหมว่า...
ระยะห่าง - -
- - ทำให้เกิดอะไรต่อมิอะไรในความรู้สึกคนได้มากมายเลยนะ
(ห่างลงมาไม่กี่บรรทัด รู้สึกอะไรบ้างหรือยัง หงุดหงิดไหม อิอิ)
- - ระยะห่าง - -
ทำให้คนไม่รู้จักกัน ในสิ่งที่แต่ละคนเป็นจริงๆ
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เกิดความคาดหวังผิดๆ และการเข้าใจผิดที่ตามมาจากการผิดหวัง
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราไม่เห็นปัญหา และไม่รับรู้ความรู้สึกของกันและกัน
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราหวั่นไหว ไม่มั่นคง
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เรา ...ห่าง... โดยวัดจากหัวใจ
แต่.......
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราคิดถึง และยิ่งรักมากกว่าเดิม
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราเชื่อใจกันและกันมากขึ้น
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เรารู้จักกันมากกว่าที่เคยเป็น
- - ระยะห่าง - -
ทำให้หัวใจ ...ใกล้...
ได้ฟังเรื่องราวของคนที่เห็นหน้ากันทุกวัน
แต่มีปัญหาเกิดขึ้น
เพราะไม่คุยกัน คิดไม่เหมือนกัน มองคนละจุดกัน
และวัดจากประสบการณ์ตัวเอง
ที่รู้ตัวว่าจะต้องกับห่างน้องสาวไปในระยะทางไกลมาก
ทำให้รู้สึกรักและให้ความสำคัญกันมากกว่าเดิม
กับบางเรื่อง บางคน ห่างแล้วกลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ใจหาย
แต่กับบางเรื่อง บางคน ยิ่งห่างยิ่งรัก ยิ่งเชื่อใจ
มันคงไม่ใช่เรื่องของระยะทาง
แต่คงเป็นเรื่องของหัวใจ
เห็นใจกันแค่ไหน
พยายามเพื่อกันและกันมากแค่ไหน
เชื่อใจกันแค่ไหน
ยินดีที่จะเปิดใจและเรียนรู้จักกันมากแค่ไหน
ขอบคุณพระเจ้านะคะ
ที่ดูเหมือนห่าง
แต่อยู่ใกล้ ...ตลอดเวลา...
ระยะห่าง - -
- - ทำให้เกิดอะไรต่อมิอะไรในความรู้สึกคนได้มากมายเลยนะ
(ห่างลงมาไม่กี่บรรทัด รู้สึกอะไรบ้างหรือยัง หงุดหงิดไหม อิอิ)
- - ระยะห่าง - -
ทำให้คนไม่รู้จักกัน ในสิ่งที่แต่ละคนเป็นจริงๆ
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เกิดความคาดหวังผิดๆ และการเข้าใจผิดที่ตามมาจากการผิดหวัง
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราไม่เห็นปัญหา และไม่รับรู้ความรู้สึกของกันและกัน
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราหวั่นไหว ไม่มั่นคง
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เรา ...ห่าง... โดยวัดจากหัวใจ
แต่.......
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราคิดถึง และยิ่งรักมากกว่าเดิม
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เราเชื่อใจกันและกันมากขึ้น
- - ระยะห่าง - -
ทำให้เรารู้จักกันมากกว่าที่เคยเป็น
- - ระยะห่าง - -
ทำให้หัวใจ ...ใกล้...
ได้ฟังเรื่องราวของคนที่เห็นหน้ากันทุกวัน
แต่มีปัญหาเกิดขึ้น
เพราะไม่คุยกัน คิดไม่เหมือนกัน มองคนละจุดกัน
และวัดจากประสบการณ์ตัวเอง
ที่รู้ตัวว่าจะต้องกับห่างน้องสาวไปในระยะทางไกลมาก
ทำให้รู้สึกรักและให้ความสำคัญกันมากกว่าเดิม
กับบางเรื่อง บางคน ห่างแล้วกลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ใจหาย
แต่กับบางเรื่อง บางคน ยิ่งห่างยิ่งรัก ยิ่งเชื่อใจ
มันคงไม่ใช่เรื่องของระยะทาง
แต่คงเป็นเรื่องของหัวใจ
เห็นใจกันแค่ไหน
พยายามเพื่อกันและกันมากแค่ไหน
เชื่อใจกันแค่ไหน
ยินดีที่จะเปิดใจและเรียนรู้จักกันมากแค่ไหน
ขอบคุณพระเจ้านะคะ
ที่ดูเหมือนห่าง
แต่อยู่ใกล้ ...ตลอดเวลา...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)