ณ หนองคาย กับแม่ ยาย และญาติๆ ที่น่ารัก
โรคเดิมกลับมาอีกแล้ว
**************
โรคกินไม่หยุด
-_-"
ก็นานๆ จะได้กินอะไรแบบนี้สักที
ข้าวขาหมู (มื้อเช้า)
ปลาเผาจิ้มแจ่ว
ส้มตำ ไก่ทอด (มื้อสาย)
หอยขม ลูกชิ้นทอด (มื้อบ่าย)
ขนมปากหม้อ
ส้มตำ
ขนมปังสังขยา (มื้อเย็น)
ต้มยำปลาบึก
หมูทอด
สลัดปลาทอด
ผัดคะน้า (มื้อค่ำ)
นี่เป็นเมนูของหนึ่งวันสงกรานต์ที่ผ่านมา
(ยังไม่รวมขนม โค้ก กาแฟเย็น 2 แก้ว ชามะนาว 1 ถุง)
ปกติอยู่กรุงเทพ กินข้าววันละ 2 มื้อเอง
ไม่รู้จะทำยังไง
อาการกำเริบทุกทีเวลาไปต่างจังหวัด
ไม่เคยจะหิว (เพราะมีของกินอยู่ในกระเพาะตลอดเวลา)
แต่ก็กินได้ทุกครั้งที่มีอะไรใหม่ๆ
(ก็มันน่ากินซะขนาดนั้น)
************
เอาละสิ
ถึงเวลานอน เดือดร้อนทุกที
นอนอืดอยู่เกือบชั่วโมง
ย่อยไม่ทัน
อาหารที่เอาเข้าไป
ก็เลยไม่มีทางออก ทั้งบนและล่าง
ว่าแล้วว่าต้องเป็น
เจ็บท้องอย่างถึงที่สุด
ไม่อยากจะไปอ้วก
(ที่จริงหมี่เป็นคนตะกละนะเนี่ย
ไม่ค่อยมีใครเชื่อ
ทีนี้เชื่อรึยัง
5555)
ก็เลยขอพระเจ้าว่า
จะ (พยายาม) ไม่ตะกละอีกแล้ว
ขอให้คืนนี้ไม่ต้องอ้วกนะคะ
ขอบคุณพระเจ้า
หลังจากนั้นก็ไม่ปวดท้องแล้ว
...แต่ยังต้องนอนด้วยความท้องอืดต่อไป...
T_T
14.4.51
13.4.51
สุกสันวันสาด
อยากจะมาแนว happy new year ปีใหม่ไทยเหมือนกัน
แต่ว่ามันก็จะเชยไปหน่อย
(ไอ้คำขึ้นหัวข้อนี่ไม่เชยเลย?)
ตอนนี้กำลังเล่น internet ที่หนองคาย มาเยี่ยมคุณยายและน้องสาวสุดที่รัก
อากาศร้อนมาก สมกับการที่เป็นเวลาร้อนที่สุดของรอบปี -_-"
...กลางเดือนเมษายน...
(ที่ถ้าเป็นตอนเรียน ก็ปิดเทอมไปแว้ว)
สังเกตตัวเองในช่วงที่ผ่านมา
เป็น moment ที่ไม่ค่อยมี moment ในการเขียน blog
หรือสร้างความรื่นรมให้ชีวิตด้วยวิธีการต่างๆ ที่เคยทำ
เวลาอ่านหนังสือก็อ่านเร็วๆ กลัวจะเสียเวลา
จะดูหนังก็ไม่กล้า กลัวกลับดึกตื่นสาย
เพลงก็ไม่ได้ฟัง เพราะ mp4 ป่วย
สงสัยจะเครียดกับงาน
มะวานนั่งรถมาหนองคาย
ขึ้นรถยังไม่เท่าไหร่ ก็จะหลับอีกและ
เป็นโรคนิ่งแล้วก็หลับ (และถ้าขยับ ไม่กินก็พูดอะนะ)
คุณอาสะใภ้บอกว่า เนี่ยแหละ ทำงานหนัก
ใช้สมองเยอะ สมองต้องการออกซิเจน
แล้วสมองมันก็จะหาเรื่องพักได้ตลอดเวลา
อืม... ท่าจะจริง (หาวอีกแล้ว ตอน 9 โมงครึ่ง)
แต่เป็นการทำงานหนักที่ happy ดีไม่ใช่น้อยนะ
เห็นอะไรก้าวไปข้างหน้ามากขึ้น
แล้วก็เห็นอะไรที่ตามมามากขึ้นด้วย
(ทั้งเรื่องดีและไม่ดี)
สิ่งที่จะช่วยได้
...คงต้องช่วยสมองจัดระเบียบความคิดใหม่
คิดเป็นเวลา คิดให้คุ้มค่า
จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปนะ
สงกรานต์นี้ ใครที่ทำงานหนักมานาน
ขอให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่นะคะ
นอนให้พอ
กินให้พอ
สนุกให้พอ
(ตอนนี้แก่แล้ว ไม่เล่นน้ำแล้ว
ขอพักผ่อนด้วยการนอน, กิน และชิวนะจ๊ะ)
สุกสันวันสาดความเหนื่อยให้ไปห่างๆค่ะ
แต่ว่ามันก็จะเชยไปหน่อย
(ไอ้คำขึ้นหัวข้อนี่ไม่เชยเลย?)
ตอนนี้กำลังเล่น internet ที่หนองคาย มาเยี่ยมคุณยายและน้องสาวสุดที่รัก
อากาศร้อนมาก สมกับการที่เป็นเวลาร้อนที่สุดของรอบปี -_-"
...กลางเดือนเมษายน...
(ที่ถ้าเป็นตอนเรียน ก็ปิดเทอมไปแว้ว)
สังเกตตัวเองในช่วงที่ผ่านมา
เป็น moment ที่ไม่ค่อยมี moment ในการเขียน blog
หรือสร้างความรื่นรมให้ชีวิตด้วยวิธีการต่างๆ ที่เคยทำ
เวลาอ่านหนังสือก็อ่านเร็วๆ กลัวจะเสียเวลา
จะดูหนังก็ไม่กล้า กลัวกลับดึกตื่นสาย
เพลงก็ไม่ได้ฟัง เพราะ mp4 ป่วย
สงสัยจะเครียดกับงาน
มะวานนั่งรถมาหนองคาย
ขึ้นรถยังไม่เท่าไหร่ ก็จะหลับอีกและ
เป็นโรคนิ่งแล้วก็หลับ (และถ้าขยับ ไม่กินก็พูดอะนะ)
คุณอาสะใภ้บอกว่า เนี่ยแหละ ทำงานหนัก
ใช้สมองเยอะ สมองต้องการออกซิเจน
แล้วสมองมันก็จะหาเรื่องพักได้ตลอดเวลา
อืม... ท่าจะจริง (หาวอีกแล้ว ตอน 9 โมงครึ่ง)
แต่เป็นการทำงานหนักที่ happy ดีไม่ใช่น้อยนะ
เห็นอะไรก้าวไปข้างหน้ามากขึ้น
แล้วก็เห็นอะไรที่ตามมามากขึ้นด้วย
(ทั้งเรื่องดีและไม่ดี)
สิ่งที่จะช่วยได้
...คงต้องช่วยสมองจัดระเบียบความคิดใหม่
คิดเป็นเวลา คิดให้คุ้มค่า
จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปนะ
สงกรานต์นี้ ใครที่ทำงานหนักมานาน
ขอให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่นะคะ
นอนให้พอ
กินให้พอ
สนุกให้พอ
(ตอนนี้แก่แล้ว ไม่เล่นน้ำแล้ว
ขอพักผ่อนด้วยการนอน, กิน และชิวนะจ๊ะ)
สุกสันวันสาดความเหนื่อยให้ไปห่างๆค่ะ
10.4.51
-- ผู้ปกครอง --
ได้อ่านเรื่องราวของพระราชา 2 องค์
ที่ปกครองในราชอาณาจักรเดียวกัน
แต่ต่างยุคสมัย
พระราชาองค์ที่มีจิตใจสูงส่ง รักประชาชน และดำเนินในทางที่ถูกต้อง
ก็มีอิทธิพลต่อคนทั้งประเทศ
ทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายจนหมดเมือง ทำให้คนหันกลับมาอยู่ในความดีงาม
พระราชาอีกองค์หนึ่ง ทำตัวจมอยู่กับความเลวร้าย
ปล่อยปละละเลยประชาชน ให้หลงงมงายอยู่กับอะไรก็ไม่รู้
คนที่ดีในบ้านเมืองก็ท้อถอยใจ
ก็ได้เรียนรู้ว่า
ยิ่งสูง ยิ่งมีผลต่อคนอื่น
ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำและความคิดของตน
เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์
ที่คนคนหนึ่ง จะทำให้คนทั้งเมืองกลับตัวกลับใจมาทำสิ่งที่ถูกต้องได้
และคนเพียงหนึ่งคน ก็สามารถทำให้คนทั้งเมือง ดำเนินชีวิตอยู่กับความไม่ถูกต้องได้
และเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะชีวิตเล็กน้อยของเรา
มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินไปของชีวิตคนอื่นได้
ใจกระทบใจ
ชีวิตกระทบชีวิต
sensitive นะเนี่ย
"บ้านเมืองน่าอยู่ปลอดภัย
ร่วมใจเลือกคนดีเข้าในสภา"
จำไว้ จำไว้ มีผล
ที่ปกครองในราชอาณาจักรเดียวกัน
แต่ต่างยุคสมัย
พระราชาองค์ที่มีจิตใจสูงส่ง รักประชาชน และดำเนินในทางที่ถูกต้อง
ก็มีอิทธิพลต่อคนทั้งประเทศ
ทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายจนหมดเมือง ทำให้คนหันกลับมาอยู่ในความดีงาม
พระราชาอีกองค์หนึ่ง ทำตัวจมอยู่กับความเลวร้าย
ปล่อยปละละเลยประชาชน ให้หลงงมงายอยู่กับอะไรก็ไม่รู้
คนที่ดีในบ้านเมืองก็ท้อถอยใจ
ก็ได้เรียนรู้ว่า
ยิ่งสูง ยิ่งมีผลต่อคนอื่น
ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำและความคิดของตน
เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์
ที่คนคนหนึ่ง จะทำให้คนทั้งเมืองกลับตัวกลับใจมาทำสิ่งที่ถูกต้องได้
และคนเพียงหนึ่งคน ก็สามารถทำให้คนทั้งเมือง ดำเนินชีวิตอยู่กับความไม่ถูกต้องได้
และเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะชีวิตเล็กน้อยของเรา
มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินไปของชีวิตคนอื่นได้
ใจกระทบใจ
ชีวิตกระทบชีวิต
sensitive นะเนี่ย
"บ้านเมืองน่าอยู่ปลอดภัย
ร่วมใจเลือกคนดีเข้าในสภา"
จำไว้ จำไว้ มีผล
4.4.51
04-04-08
ครบ 4 ปี
ก็เลยมานั่งเขียนบล๊อกนี้ ด้วยน้ำตาไหล (ง่วง)
4 ปีผ่านมา กับอีกหลายปีต่อๆ ไป
จะเรียนรู้คำว่า "สดใหม่" ในทุกวัน
บางช่วงปี ดูเป็นเวลายาวนาน
บางปี สถานการณ์ก็ดูเร่งกระชั้น
แต่ 1 ปีของ Gsus7 ที่ผ่านมาด้วยกัน
เป็นปีที่ ชีวิตของฉัน...
... ก้าวกระโดดอย่างมั่นคง
วันเกิดครบรอบ 4 ปี ของเรา
4 ปีทีรู้จักพระเจ้ามากขึ้นทุกปี
วันที่ 4 เมษายน 2004 (04-04-04) เหมือนเป็นวันเกิดใหม่
มีชีวิตแบบใหม่ๆ
มองโลกแบบใหม่ๆ
มีกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ
รู้จักความรักแบบใหม่
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับตลอดปีที่ผ่านมาค่ะ
จะเป็นไปได้ยังไง
คิดแล้วคิดอีก ก็ตอบได้แค่ว่าไม่มีทาง
แต่พระเจ้าทำแล้ว พาเราผ่านมาแล้ว
สอนเราขนาดนี้แล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นไปได้ยังไง
แต่ก็เป็นไปแล้ว
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
ก็เลยมานั่งเขียนบล๊อกนี้ ด้วยน้ำตาไหล (ง่วง)
4 ปีผ่านมา กับอีกหลายปีต่อๆ ไป
จะเรียนรู้คำว่า "สดใหม่" ในทุกวัน
บางช่วงปี ดูเป็นเวลายาวนาน
บางปี สถานการณ์ก็ดูเร่งกระชั้น
แต่ 1 ปีของ Gsus7 ที่ผ่านมาด้วยกัน
เป็นปีที่ ชีวิตของฉัน...
... ก้าวกระโดดอย่างมั่นคง
วันเกิดครบรอบ 4 ปี ของเรา
4 ปีทีรู้จักพระเจ้ามากขึ้นทุกปี
วันที่ 4 เมษายน 2004 (04-04-04) เหมือนเป็นวันเกิดใหม่
มีชีวิตแบบใหม่ๆ
มองโลกแบบใหม่ๆ
มีกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ
รู้จักความรักแบบใหม่
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับตลอดปีที่ผ่านมาค่ะ
จะเป็นไปได้ยังไง
คิดแล้วคิดอีก ก็ตอบได้แค่ว่าไม่มีทาง
แต่พระเจ้าทำแล้ว พาเราผ่านมาแล้ว
สอนเราขนาดนี้แล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นไปได้ยังไง
แต่ก็เป็นไปแล้ว
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
30.3.51
-- ล้ม --
ถึงขั้นถลอกปอกเปิก ทั้ง 2 เข่า และ 2 แขน
หลังจากที่ไม่ได้ล้มจับกบแบบถึงไหนถึงกันขนาดนี้มาหลายปีเหลือเกิน
เมื่อวันเสาร์ ได้ไปดูหนังของรุ่นพี่นิเทศจุฬา
หนังรักวัยรุ่น ชวนอมยิ้ม
...ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น...
ดูแล้ว หัวใจว้าวุ่นเล็กๆ >_<
แอบคิดถึงความรู้สึกน่ารักๆ ในสมัยวัยเยาว์ขึ้นมาซะอย่างนั้น
เพลงที่ใช้ในเรื่อง ก็เป็นเพลงที่เคยอิน
บทของเรื่องบางตอน ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเพื่อนในรุ่น
แถมพระเอกนางเอกคู่นึงในนั้น ก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับรุ่นน้องอีกตังหาก
เพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง โผล่หน้ากันมาตลอดเรื่อง
คิดถึงจริงๆ เลยนะเนี่ย
กำลังเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์แบบอินๆ อยู่ดีๆ
สองแถวที่กลับบ้านได้ก็วิ่งมา 1 คัน (ไกลๆ)
ไอ้เราก็ดีใจ จากหน้าห้าง รีบก้าวขาจะวิ่งไป
ที่ไหนได้ มันเป็นขั้นบันไดนี่!
ก็เลยหกล้มถากพื้นไปในระยะ 1 เมตร
น้ำตาแทบไหล เจ็บก็เจ็บ และท่าล้มก็ไม่มีความสวยงามใดๆ เหลืออยู่เลย
น้องชายที่ไปดูหนังด้วยกัน ก็ล้ออย่างเมามัน (ล้อจนถึงวันนี้)
แสบมาก อย่าให้มีมั่งแล้วกันเหอะ
คืนมะวาน ไปนั่งรอซื้อส้มตำกับน้องชายตัวแสบ
เขาก็พูดออกมาประมาณว่า
'นี่ มีคำคม ถ้ามัวแต่มองเป้าหมายไกลๆ ไม่ยอมมองทางเดินข้างหน้า
ก็ทำให้ล้มได้ คมไหมๆ'
5555
ก็จริงของมันอะนะ
ตัวแค่นี้ ทำมาเป็นสอน
หนังเรื่องที่ว่า ทำให้กลับไปนึกถึงวันเวลาของความเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง
เหมือนทุกย่างก้าวที่ผ่านมา ก็จะมีล้มบ้าง มีกระโดดบ้าง
มุมมองความรักตอนนั้น ก็ต่างจากมุมมอง ณ เวลานี้อย่างสิ้นเชิง
ถ้าหากมองเห็นเป้าหมายในวันนี้ แล้วใส่ใจกับย่างเท้าในวันนั้นมากขึ้น
อะไรๆ ก็คงแตกต่างไปเยอะเหมือนกัน
แต่ก็อย่างว่า
ถ้าวันหนึ่งต้องล้มลง ได้ลองเจ็บสักครั้ง ต่อไปคงระวัง ^_^
ทุกเรื่องราวที่เข้ามามีความหมาย และทุกคืนวันที่ผ่าน...
มันทำให้ฉันได้พบกับเวลาที่ฉัน...เฝ้ารออยู่
นี่ โฆษณาเพลงอัลบั้ม Eve & the Adams ซะเลย
หลังจากที่ไม่ได้ล้มจับกบแบบถึงไหนถึงกันขนาดนี้มาหลายปีเหลือเกิน
เมื่อวันเสาร์ ได้ไปดูหนังของรุ่นพี่นิเทศจุฬา
หนังรักวัยรุ่น ชวนอมยิ้ม
...ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น...
ดูแล้ว หัวใจว้าวุ่นเล็กๆ >_<
แอบคิดถึงความรู้สึกน่ารักๆ ในสมัยวัยเยาว์ขึ้นมาซะอย่างนั้น
เพลงที่ใช้ในเรื่อง ก็เป็นเพลงที่เคยอิน
บทของเรื่องบางตอน ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเพื่อนในรุ่น
แถมพระเอกนางเอกคู่นึงในนั้น ก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับรุ่นน้องอีกตังหาก
เพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง โผล่หน้ากันมาตลอดเรื่อง
คิดถึงจริงๆ เลยนะเนี่ย
กำลังเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์แบบอินๆ อยู่ดีๆ
สองแถวที่กลับบ้านได้ก็วิ่งมา 1 คัน (ไกลๆ)
ไอ้เราก็ดีใจ จากหน้าห้าง รีบก้าวขาจะวิ่งไป
ที่ไหนได้ มันเป็นขั้นบันไดนี่!
ก็เลยหกล้มถากพื้นไปในระยะ 1 เมตร
น้ำตาแทบไหล เจ็บก็เจ็บ และท่าล้มก็ไม่มีความสวยงามใดๆ เหลืออยู่เลย
น้องชายที่ไปดูหนังด้วยกัน ก็ล้ออย่างเมามัน (ล้อจนถึงวันนี้)
แสบมาก อย่าให้มีมั่งแล้วกันเหอะ
คืนมะวาน ไปนั่งรอซื้อส้มตำกับน้องชายตัวแสบ
เขาก็พูดออกมาประมาณว่า
'นี่ มีคำคม ถ้ามัวแต่มองเป้าหมายไกลๆ ไม่ยอมมองทางเดินข้างหน้า
ก็ทำให้ล้มได้ คมไหมๆ'
5555
ก็จริงของมันอะนะ
ตัวแค่นี้ ทำมาเป็นสอน
หนังเรื่องที่ว่า ทำให้กลับไปนึกถึงวันเวลาของความเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง
เหมือนทุกย่างก้าวที่ผ่านมา ก็จะมีล้มบ้าง มีกระโดดบ้าง
มุมมองความรักตอนนั้น ก็ต่างจากมุมมอง ณ เวลานี้อย่างสิ้นเชิง
ถ้าหากมองเห็นเป้าหมายในวันนี้ แล้วใส่ใจกับย่างเท้าในวันนั้นมากขึ้น
อะไรๆ ก็คงแตกต่างไปเยอะเหมือนกัน
แต่ก็อย่างว่า
ถ้าวันหนึ่งต้องล้มลง ได้ลองเจ็บสักครั้ง ต่อไปคงระวัง ^_^
ทุกเรื่องราวที่เข้ามามีความหมาย และทุกคืนวันที่ผ่าน...
มันทำให้ฉันได้พบกับเวลาที่ฉัน...เฝ้ารออยู่
นี่ โฆษณาเพลงอัลบั้ม Eve & the Adams ซะเลย
27.3.51
--- เต็มที่!! ---
...เป็นสัจธรรมอย่างแท้จริง...
เมื่อเวลาผ่านไป เวลาและความพยายามในการทุ่มเทให้กับ blog ก็มีน้อยลงเรื่อยๆ
ความถี่ของเดือนแรก 2 วันครั้ง กลายมาเป็น...
อาทิตย์ละครั้ง
ถ้าถึงขั้น 2 อาทิตย์ครั้ง
ถือว่าความพยายามและความตั้งใจ อยู่ในช่วง down อย่างถึงขีดสุด
ขอบคุณพระเจ้าที่เดือนมีนาคม ยังรักษาค่าเฉลี่ยอาทิตยละครั้งไว้ได้อยู่
... วันนี้สำนึกได้หนึ่งอย่าง ...
ชีวิตของมนุษย์ที่เหลือเวลาน้อยลงเรื่อยๆ ในแต่ละวัน
กับเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นและทางเดินที่ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละช่วงเวลา
สิ่งที่จะทำให้วันสุดท้ายของชีวิต จบลงด้วยความภูมิใจ
(โดยเป้าหมายจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม)
ก็คือการเต็มที่ในทุกเวลา
นอนก็นอนอย่างเต็มที่ แบ่งใจไปกังวลเรื่องงานก็นอนหลับไม่สนิท
ทำงานก็ทำงานอย่างเต็มที่ ไปคิดเรื่องอื่นก็เสียเวลาทำงาน
กินก็กินอย่างเต็มที่
เที่ยวก็เที่ยวอย่างเต็มที่
ใช้เวลากับครอบครัว ก็ดูแลกันอย่างเต็มที่
แล้วจะไม่เสียดาย
ลองดูสิคะ
^_^
เมื่อเวลาผ่านไป เวลาและความพยายามในการทุ่มเทให้กับ blog ก็มีน้อยลงเรื่อยๆ
ความถี่ของเดือนแรก 2 วันครั้ง กลายมาเป็น...
อาทิตย์ละครั้ง
ถ้าถึงขั้น 2 อาทิตย์ครั้ง
ถือว่าความพยายามและความตั้งใจ อยู่ในช่วง down อย่างถึงขีดสุด
ขอบคุณพระเจ้าที่เดือนมีนาคม ยังรักษาค่าเฉลี่ยอาทิตยละครั้งไว้ได้อยู่
... วันนี้สำนึกได้หนึ่งอย่าง ...
ชีวิตของมนุษย์ที่เหลือเวลาน้อยลงเรื่อยๆ ในแต่ละวัน
กับเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นและทางเดินที่ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละช่วงเวลา
สิ่งที่จะทำให้วันสุดท้ายของชีวิต จบลงด้วยความภูมิใจ
(โดยเป้าหมายจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม)
ก็คือการเต็มที่ในทุกเวลา
นอนก็นอนอย่างเต็มที่ แบ่งใจไปกังวลเรื่องงานก็นอนหลับไม่สนิท
ทำงานก็ทำงานอย่างเต็มที่ ไปคิดเรื่องอื่นก็เสียเวลาทำงาน
กินก็กินอย่างเต็มที่
เที่ยวก็เที่ยวอย่างเต็มที่
ใช้เวลากับครอบครัว ก็ดูแลกันอย่างเต็มที่
แล้วจะไม่เสียดาย
ลองดูสิคะ
^_^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)