18.3.51

รอบตัว เรื่องราว โลก 2 ใบ ความสุข

เปิดหน้า blog มาดูแล้วตกใจ
เดือนมีนาคมผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว
แต่เพิ่งจะอัพ blog ไป 3 ครั้งเท่านั้น

ครั้งล่าสุดของเดือนนี้คือวันที่ 10
และนี่ก็ผ่านไป 9 วัน
ทั้งที่เรื่องราว ก็มีมาทุกวัน
ไม่ซ้ำกันสักวัน
และน่าตื่นเต้นทุกวันด้วย
แต่ไม่ยอมมาอัพเดท น่าเสียดายจริงๆ

วันศุกร์ที่ผ่านมา อีฟและ the Adams ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรก
กับเพลง 5 เพลง และความสนุกสนานมันหยด
ในสายตาของคนฟังดนตรีไม่ค่อยเป็น
และในสายตาคนที่เห็นวงนี้เล่นแต่ในห้องซ้อม
พอขึ้นเวทีจริง ถึงจะได้เห็นพลังของนักดนตรีเหล่านี้
มีแต่รอยยิ้มและความสุขกับเสียงดนตรีของตัวเอง

เท่จริงๆ จุดขายของวงนี้
วงนี้นิยมเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ
เช่น นม เป็นต้น

เห็นแล้วมีความสุข ปลาบปลื้ม
(ใช้คำได้เว่อร์ดีไหม)

วันเสาร์ อยู่บ้าน นั่งหน้าคอมทั้งวัน เพื่อเตรียมเอกสารเสนอผู้ใหญ่
ไม่ใช่ง่ายๆ คิดแล้วคิดอีก ทำแล้วทำอีก อ่านแล้วอ่านอีก
ปรากฏว่า "ช้าไป"
ไม่รีบทำให้เสร็จ เพื่อส่งเมลให้ผู้ใหญ่อ่านก่อนได้

วันอาทิตย์ ไปโบสถ์เสร็จ
ประชุมงานต่อ
หาที่ปริ๊นสีไม่ได้
ไปบ้านยายที่จรัญสนิทวงศ์ เพื่อปริ๊นงาน (ใครเคยไป จะรู้ว่าไกลไม่ใช่เล่น)
แต่เครื่องปริ๊นก็แอบป่วย ปริ๊นไม่ชัด

แต่เนื่องจากว่า วันอาทิตย์ ได้รับกำลังจากการนมัสการอย่างเต็มที่
เลยไม่มีอะไรที่น่าหงุดหงิดใจ


วันนี้หลายๆ คนในบริษัท ก็ออกเดินทางไปทำภารกิจที่ต่างจังหวัด
เพื่อถ่ายมิวสิควีดีโอ เพลง IF ของอีฟ

น้องสาวกำลังจะไปยุโรป เรียนต่อที่อังกฤษอีกไม่เกี่ดือน

ปุ๋ย เพื่อนสนิทจากนิเทศจุฬา กลับมาจากอังกฤษแล้ว
นัดเพื่อนในกลุ่ม กินข้าวพรุ่งนี้ ก่อนดูหนังเรื่อง ว้าวุ่น กับเด็กนิเทศทั้งคณะ
แต่เราไปไม่ได้

ขณะที่โปรเจ็คมากมายในบริษัทกำลังวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ โดยมีเราเป็นทีมงานในทุกโปรเจ็ค
โลกรอบตัวของเรา ก็หมุนไปตามเรื่องราวของมัน เวลาที่เป็นมาเป็นไป
เหมือนเป็นโลกคู่ขนาน
แต่ก็เหมือนเป็นโลกเดียวกัน
เหมือนไม่รับรู้และไม่มีส่วนร่วมกับโลกภายนอก
แต่ก็เห็นความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของมันอยู่ตลอด

ทำยังไงน้า
ให้โลก 2 ใบนี้เป็นโลกเดียวกัน

ทำยังไงน้า
ให้ความรู้สึกแตกต่างแบบนี้มันหายไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น
ในโลกใบนี้ ก็มีความสุขและปลาบปลื้ม อยู่มากแล้วล่ะนะ
^_^

10.3.51

ผิด T_T

ปรากฏว่า มีคนมาทักจริงๆ ด้วย เรื่องความป่วยของภาษาอังกฤษของเรา
เสีย self ไปพอสมควร

(แต่คนที่มาเตือนไม่ต้องเสียใจนะคะ น้อมรับไว้ด้วยความขอบคุณเสมอ)

ถ้าไม่นับเรื่องใช้ภาษาอังกฤษผิด
แต่ละวัน แต่ละวัน เราทำอะไรผิดไปหลายต่อหลายอย่างจริงๆ
ผิดเวลา
ผิดกาละเทศะ
ผิดวิธีการ
ผิดถ้อยคำ
ผิดใจด้วย (ผิดใจนี่เป็นผลมาจากความผิดในบางครั้ง)

บางครั้งทำอะไรไม่ผิด แต่ก็ใจผิด
มีผลเหมือนกันนะนั่น

เคยคิดอยู่ช่วงหนึ่งว่า
ทำไมมาเชื่อพระเจ้าแล้วถึงไม่อยากทำผิด
หรือแม้ว่าทำผิด ก็ยินดีจะยอมรับผิด และแก้ไข

ความผิดทำให้เรารู้สึกโทษตัวเอง เป็น loser
ความผิดทำให้เรากลัวคนอื่นรังเกียจและไม่ยอมรับ
แต่เรารู้ว่า ในพระเจ้า แม้จะผิดแค่ไหน พระเจ้าก็เข้าใจและยอมรับ
รวมไปถึงพี่น้องรอบข้างเราด้วย
เราก็เลยกล้าที่จะรับผิดกับคนอื่น ยอมรับความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเอง
เพื่อเปลี่ยนแปลงให้ในแต่ละวัน เราผิดได้น้อยกว่านี้

... ที่จริงคนเรา ถ้ารักกัน ไม่ว่าจะผิดแค่ไหนก็รัก ใช่ไหมล่ะ ...
แต่รักมาก ก็ไม่ได้หมายความว่า จะยอมให้ทำผิดอยู่เรื่อยไป
ยอมที่จะไม่ตักเตือน หรือทำโทษเพื่อให้เปลี่ยนแปลง
(กลัวคนที่เรารัก จะเกิดความรู้สึกเป็น loser)

ถ้าเวลาทำผิดแล้วมันรู้สึกไม่ดีน่ะ
ก็อย่าพยายามตั้งใจทำผิดอีกเลยนะ
จำไว้...จำไว้

(แต่ไอ้ที่ไม่ตั้งใจ ก็ต้องให้อภัยและตักเตือนกันไปนะคร้าบบบ)

6.3.51

I have to speak English -_-"

With 3 Singaporian (right spelling?)
Their name is Casy, Julia and Yoke Shing.

And P'Noi who is a very friendly girl.

เป็น 2 วันที่ได้ใช้พลังมากมายเหลือเกิน (อีกแล้ว)
พูดภาษาอังกฤษ และประชุม คิดๆๆๆ จนมึน

เป็นความ Amazing อย่างถึงที่สุด
ได้คุยกับคนที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้คุย

ได้คิดถึงโปรเจ็คยักษ์ใหญ่
ที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้แตะ
เป็นความฝัน ที่กำลังจะไม่ได้เป็นแค่ความฝัน

เพิ่งจะรู้ว่าภาษาอังกฤษเรา พอจะใช้การได้กับเขาเหมือนกัน
ผิดๆ ถูกๆ ก็พูดไปอย่างไร้แกรมม่า
แต่ว่าก็สื่อสารรู้เรื่อง

Casy ร้องเพลงเพราะมาก มาอัดเสียงเพลงอัลบั้มนมัสการภาษาอังกฤษ
ฟังแล้วน้ำตาจะไหล
เพราะเกินไป

ตอนนี้แลก Mail กันแล้วเรียบร้อย
ขอบคุณพระเจ้า


ได้เวลาก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ สุดกำลัง
บางสิ่งบางเรื่อง ที่เป็นเหมือนเรื่องแทงใจ
(สะกิดมากกว่า ใช้คำว่าแทงจะ hardcore ไปนะ)
ต้องรีบสลัดทิ้งไปไกลๆ ให้เร็วที่สุด

need your help na ka
my dear Lord,
Jesus

1.3.51

จิตใจเอ๋ย ----

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เหมือนพระเจ้าสอนให้เรียนรู้จักบางเรื่อง
...อย่างเข้มข้น...

เป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูแลจิตใจ
เวลาที่ต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ หรือไม่อยากทำ
เวลาที่รู้สึกไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง
เวลาที่รู้สึกว่าจิตใจห่อเหี่ยว ด้วยสาเหตุบางประการ (ซึ่งบางทีก็หาไม่เจอ)
และเวลาที่จิตใจเกิดอาการดื้อดึง ไม่ยอมรู้สึกอย่างที่เจ้าของต้องการ

ก็ต้องหาวิธีจัดการกับอาการเหล่านี้กันไปตามความสามารถของเจ้าของ

เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่จัดการได้ยากที่สุด
ไม่ว่าอะไรก็ตาม ทั้งคน สถานการณ์ หรือตัวเราเอง ก็สร้างผลกระทบกับจิตใจได้
..อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
อาจจะฉุดขึ้น อยูดีๆ ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
และอาจจะดึงลง อยู่ดีๆ ก็หม่นหมองหรือวิตกไปซะอย่างนั้น

คำพูดบางคำอาจทำให้จิตใจกระโดดโลดเต้น
และคำพูดบางคำ อาจทำให้ใจหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม

อวัยวะ ที่เรียกว่า "หัวใจ" เป็นการทรงสร้างที่อัศจรรย์มาก
แต่ "จิตใจ" เป็นการทรงสร้างที่อัศจรรย์ยิ่งกว่า

สดุดี 42: 5
: จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่
ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า
จงหวังใจในพระเจ้า...

จงหวังใจในพระเจ้า...

หลายครั้ง จิตใจที่ห่อเหี่ยวเกิดจากความไม่เชื่อและไม่หวังใจในสิ่งดีที่พระเจ้าจะทำ

สดุดี 38:18
: ข้าพระองค์เป็นทุกข์ เพราะบาปของข้าพระองค์

และหลายครั้ง จิตใจที่ห่อเหี่ยวเกิดจากบางสิ่งบางอย่างรอบตัว
...ไม่ได้ดั่งใจเรา...

ตอนนี้ก็ระลึกเสมอแล้วว่า

จิตใจเอ๋ย... ไม่ว่ามันจะเป็นเช่นไร
แต่เราจะจัดการมันได้ ด้วยความหวังใจในพระเจ้า
และด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง
(ปัจจัยอื่นนอกเหนือจากนี้ ยึดติดและเปลี่ยนแปลงได้ยากเกินไป อันตราย)


โอย! อย่าอ่อนแอให้มากนักได้ไหมเนี่ยยยยย

26.2.51

ชีวิต--ทิศทาง--ความเร็ว

ชีวิตเปรียบเหมือนการเดินทาง
บางคนก็เดินไป โดยรู้ว่าควรไปทางไหน
บางคนก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย
แต่บางคน ไม่เดิน!!

การเดิน ก็แบ่งเป็น 2 ระดับ
เดินไปเรื่อยๆ กับวิ่งให้เร็ว
บางคนก็วิ่งได้ แต่ไม่วิ่ง
บางคนวิ่งเร็วเกินไป อาจล้ม
แต่ถ้าวิ่งเร็ว ก็ถึงจุดหมายได้เร็ว

... แม้ความเร็วจะสำคัญ
แต่ในบางโอกาส...
ทิศทางสำคัญกว่า

จึงกลับไปสู่คำถามแรก...
คุณรู้หรือยัง ว่ากำลังจะเดินไปไหน
???



สำหรับหมี่... หมี่รู้แล้วนะ

*** ขอบคุณแรงบันดาลใจและถ้อยคำกินใจจาก พี่ต้น บางปะกง >_<

20.2.51

เคล็ดลับ...ถ้าจะรัก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา (20 กว่าๆ ปี)
ค้นพบเคล็ดลับหนึ่งอย่าง
เชื่อว่าเป็นทฤษฎี ที่ควรปฏิบัติ
ถ้าหากต้องการที่จะรักใครสักคน

ความรักที่ว่านี้ ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวนะคะ
แต่เป็นความรักที่เต็มไปด้วยความหวังดี ให้อภัย
และไม่โกรธ-เกลียด

เวลาที่เราเจอเรื่องราวบางอย่างที่ไม่น่าพิศมัยของใครบางคน
วิธีการแก้ไขความรู้สึก... วิธีที่เคยทำ
ก็คือการเข้าไปทำความรู้จัก พูดคุยกับใครคนนั้น

แล้วทุกครั้งจะค้นพบว่า
ไม่ว่าใครก็มีความน่ารักในตัวของเขา
และภายใต้ความดื้อด้าน ไม่มีเหตุผล เย่อหยิ่ง หรืออะไรต่างๆ ที่เคลือบอยู่
ที่ทำให้เราเกิดอคติ
ก็จะมีสิ่งดีและสิ่งที่น่าตื่นเต้นในเรื่องราวชีวิตของทุกคน
ที่เมื่อเราได้สัมผัสแล้ว
จะช่วยให้กำแพงต่างๆ ที่ใครก็ไม่รู้ก่อขึ้น
... ค่อยๆ พังทลายลงได้ ...

เป็นเคล็ดลับที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ทำก็ช่วยได้
ถ้าเราโกรธหรือเกลียดใคร
... เปิดใจ และเข้าไปทำความรู้จักสิ่งดีในตัวของเขา ...
ถ้าเราเสียใจหรือผิดหวังกับใคร
... ทำใจ และเข้าไปเรียนรู้จักเขา
เพื่อที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด และเป็น ...

อืมมมม
ลองดูไหมคะ
เดินเข้าไปอาจจะยาก
แต่ถ้าตัดสินใจแล้ว รับรองว่าอะไรๆ จะง่ายกว่าเดิม -- เยอะ --

19.2.51

Friendship...

รายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง
ปัจจุบันออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี
ทุกวันจันทร์ถึงพฤหัส (ตอนส่งเทปโปรโมต เราต้องแก้เป็นว่า "พฤหัสบดี" ด้วยนะ)
เวลา 17.10-17.35 น.
รายการนี้ผลิตโดยบริษัท Gsus7
รายการนี้มีชื่อว่า แทคกา-ตูน
(ภาษาอังกฤษเขียนว่า TACGA TOON)
และรายการนี้ออกอากาศวันสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่ 29 ก.พ. นี้แล้ว

ช่วงนี้เป็นช่วงสอบ
สำหรับคนที่ยังอยู่ช่วงชีวิตการศึกษา
(ในรั้วโรงเรียนและรั้วมหาวิทยาลัย)
แต่สำหรับหลักสูตรการศึกษาตลอดชีวิต
การสอบเกิดขึ้นเสมอ
เกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา
เกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่แน่นอน

รายการแทคกา-ตูน ที่ปิดฉากลงอย่าง...
เอ่อ...
สวยงาม...

ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่กำลังผ่านไป
ผลสอบออกมาเป็นอย่างไรไม่รู้
แต่ที่รู้คือ นักศึกษา (ตลอดชีวิต) อย่างเรา
ก็ได้ความรู้ใหม่ๆ และได้รับการพัฒนาหลายอย่างมากเหลือเกิน
จากการสอบครั้งนี้...

พายุลูกนี้ที่กำลังจะผ่านไป
สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายและจิตใจของเรามาระยะหนึ่ง
แล้วก็ยังสร้างความเหน็ดเหนื่อย กังวลวุ่นวายใจให้เราอยู่บางช่วง

แต่พอถึงเวลาที่จะผ่านไปจริงๆ
ก็แอบใจหาย...
รู้สึกหน่วงๆ...

สคริปต์ของรายการแทกคา-ตูนอาทิตย์สุดท้าย
พูดถึงเรื่อง Friendship ไปเล็กน้อย

สมุดที่บันทึกชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และความทรงจำมากมาย
ของเพื่อนร่วมชั้น

พอสอบปลายภาค และต้องมีการย้ายโรงเรียน
สมุด Friendship ก็จะร่อนไปมาทั่วห้องเรียน

สำหรับชั้นเรียน "แทคกา-ตูน"
สมุด friendship ที่บันทึกความทรงจำต่างๆ คงไม่ได้ร่อนทั่วบริษัท

แต่ว่าบันทึกลงในสมองและหัวใจน้อยๆ ของทุกๆ คน...

มาแนวซึ้ง (แอบเลี่ยน) แต่ไม่ซึ้ง เพราะถึงเวลาที่ต้องก้าวเข้าสู่ชั้นเรียนต่อไป
เตรียมตัวบันทึกสมุด friendship เล่มใหม่...

ชีวิตคือการทดสอบใช่ไหมคะ พระเจ้า >_<

สู้โว้ย!!!