เวลาคนมองเห็นหมี่ภายนอก มักจะบอกว่าหมี่เหมือนเด็กมหาวิทยาลัย
ถ้าก่อนหน้านี้สัก 3 ปี คนก็จะบอกว่าเหมือนเด็กมัธยม...
แต่ถ้าเข้ามาถามไถ่ ก็จะรู้ว่าหมี่อายุ 25 ปีแล้วนะคะ
เวลาคนรู้จักหมี่ครั้งแรก จะบอกว่าหมี่เป็นคนเนียน ^^
ร่าเริง คุยเก่ง เข้ากับคนง่ายมากกกก
คนที่คุยกับหมี่แรกๆ อาจจะคิดว่า หมี่ใจดี ยอม...
แต่ถ้าได้ลองลงลึกใช้เวลาด้วยกัน จะรู้ว่าหมี่จี้ จิก สุดยอดแห่งการไม่ยอมใครเหมือนกัน
ลึกที่สุดแล้ว หมี่พร้อมจะเข้าใจ พร้อมจะให้อภัย พร้อมจะช่วยเหลือเสมอ
ขอแค่คุณยอมรับและรู้จักตัวเอง เข้าใจสาเหตุของตัวเองและสิ่งรอบข้าง และแก้ไขมันไปพร้อมๆ กัน
คนชอบบอกว่า หมี่เก่ง...
รู้ไหมคะ ว่าหมี่รู้อะไรน้อยกว่าคนอื่นมาก มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่หมี่อยากจะเรียนเพื่อรู้จริงๆ
หมี่ไม่ใช่นักคิด ไม่ได้คิดแบบมีวิสัยทัศน์ ซับซ้อน หรือมีกลยุทธ์อะไรเลย
แค่ชอบเรียนรู้ ซึมซับอะไรง่าย รับผิดชอบ
จริงก็ว่าจริง ไม่ก็ว่าไม่ เท่านั้นเอง
บางคนบอกว่าหมี่เร็ว
ทำอะไรเร็ว คิดอะไรเร็ว
นำมาซึ่งอาการโลเล สับสนง่าย...
เรื่องนี้หมี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจริงไหม
หมี่รู้สึกทุกครั้งที่ตัดสินใจอะไรผิด เสียใจทุกครั้งที่รู้ว่าเราเร็วเกินไปจริงๆ
แต่หมี่เคารพในการตัดสินใจของตัวเองเสมอ และยินดีรับผิดชอบ 100%
และในเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่ามาก...
สิ่งที่หมี่ตัดสินใจ ไม่ได้ผิด ไม่ได้เกิดจากความไม่รู้จะเอายังไง ไม่ได้ไม่คิดถึงคนอื่น
และผลของมันเป็นสิ่งที่หมี่เชื่อว่าดีที่สุดกับทุกคน
มีไม่กี่คนหรอกที่รู้จักหมี่ในสิ่งที่หมี่เป็นจริงๆ
หรือรู้จักและเข้าใจหมี่มากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ
Wording หนึ่งในหนังเรื่อง Knowing บอกว่า
คนมักจะเห็นในสิ่งที่เราอยากเห็นเสมอ...
หมี่ไม่ได้ต้องการให้คนทั้งโลกรู้จักและเข้าใจหมี่นะคะ
ขอแค่คุณให้เกียรติพอที่จะรู้ว่า หมี่อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็นก็ได้
เชื่อในความเป็นผู้ใหญ่ของหมี่ เชื่อมากพอที่จะเข้าใจทุกๆ การตัดสินใจ
และปล่อยให้หมี่โต อย่างที่ควรจะเป็น
ถ้าจะเตือนหมี่ ขอให้เตือนด้วยความเข้าใจและให้เกียรติ
อย่าตัดสินหมี่เลย เพราะมันจะทำให้หมี่รู้สึกว่า เรากำลังทำร้ายใครหรือเปล่า
แล้วหมี่จะอึดอัด กลัว เสียใจ กังวลมากกับเรื่องนั้น...
คุณจะรู้และเข้าใจจริงๆ ใช่ไหมคะ ว่าการตัดสินใจของหมี่แต่ละครั้ง
หมี่ต้องเผชิญกับความจริงและความรู้สึกแบบไหนบ้าง
ในความเป็นมนุษย์ของหมี่เอง ความตั้งใจดีเท่าที่จะมีปัญญาทำได้
ความเชื่อที่บอกว่า เราเกิดมาเพื่อทำให้โลกนี้และชีวิตคนอื่นดีขึ้น
การเคารพในความรู้สึกของตัวเอง และในสิ่งที่ตัวเองเป็น
และพระเจ้าที่ดีที่สุด ที่สถิตอยู่ในชีวิตของหมี่...
เป็นองค์ประกอบที่เพียงพอจะปล่อยให้หมี่โตและตัดสินใจอย่างที่หมี่เป็นไหมคะ
หมี่ไม่มีเพื่อนสนิทที่จะบอกทุกความรู้สึกและสิ่งที่หมี่เป็นให้เขาเข้าใจทั้งหมดได้
เพราะว่าหมี่ตั้งใจจะเป็นคนหนึ่งที่ช่วยดูแลความรู้สึกและความจริงของเขา
ความรู้สึกที่หมี่คิดว่ามันงี่เง่าเหลือเกิน (เพียงแต่ว่าหมี่รู้สึก)
หมี่คิดว่า มันไม่จำเป็นต่อชีวิตของเขา
ในความเป็นมนุษย์ เราอาจต้องบอกใครสักคนเพื่อให้เราดีขึ้น
แต่ถ้าไม่มีคนที่เราเชื่อว่าเขาจะฟังและเข้าใจจริงๆ ก็ไม่เป็นไร มันไม่ได้แย่มากค่ะ
คนที่หมี่จะเล่าบางความรู้สึกให้ฟัง โดยที่รู้ว่า มันไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตของเขา
ก็คือคนที่รักและรู้จักหมี่มากพอที่จะอยากฟัง
(คนทั่วๆ ไปคงเรียกว่าแฟน แต่สำหรับหมี่ อาจจะเป็นคนที่หมี่จะเลือกเป็นแฟน)
ถ้ามีใครมาบอกหมี่ว่า อย่าเพิ่งรู้จักเขาให้มากเลย
อย่าเพิ่งทำความรู้จักกันเกินเพื่อน เดี๋ยวจะเจ็บและทำร้ายคนอื่น
ให้รอดูกันไปจนกว่าจะมั่นใจ...
หมี่ก็จะได้คบคนที่หมี่แค่ชอบ เพราะดูดี มีอะไรบางอย่าง
แต่หมี่ก็จะไม่ได้รักใคร เพราะวันหนึ่งหมี่จะรู้ว่าเขาไม่ใช่แน่ๆ
และจะไม่มีใครที่รักหมี่อย่างที่หมี่เป็นได้หรอกค่ะ
เพราะมันยากสำหรับหมี่ที่จะแบ่งปันทุกความรู้สึก...
มันไม่ใช่เรื่องของ ใช่ หรือไม่ใช่คนนี้
มันไม่ใช่เรื่องของการควบคุมความรู้สึก
มันไม่ใช่เรื่องของเวลา (มีคนเป็นห่วงว่าหมี่เร็วเกินไป แม้กระทั่งเรื่องความสัมพันธ์)
มันไม่ใช่เรื่องของการไม่ให้เกียรติ ไม่เชื่อฟังผู้ที่ดูแลและหวังดีกับเรา
ที่จริงหมี่เคยรักและรู้จักใครบางคนจนคิดว่าจะแต่งงานด้วยแล้วนะ
เชื่อไหม ว่าหมี่เข้าใจ...
คนไหนเราชอบแบบ...แค่ชอบ
หรือคนที่ใช่แบบ...อยู่ด้วยได้
คุณรู้จักหมี่พอที่จะเชื่อไหมคะ
ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีใครสักคนอ่านมันตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดนี้
มันแค่มีความรู้สึกและเรื่องราวบางอย่าง ที่หมี่ไม่รู้จะจัดการมันอย่างไร
สิ่งที่หมี่พูดทั้งหมด คงไม่ได้ทำร้ายใคร
หรือถ้ามันทำร้ายคุณ มันทำให้คุณเจ็บ อึดอัดใจ งง สับสน หรือสงสาร
โดยที่ไม่รู้สาเหตุด้วยซ้ำ...
หมี่ก็ขอโทษด้วยนะคะ
หมี่เป็นตัวของตัวเองมานานแล้ว
หมี่ไม่เคยหลอกตัวเองได้เลย
และเช่นเดียวกัน หมี่ก็ไม่เคยหลอกคนอื่นเลยด้วย
ถ้าสิ่งที่หมี่เป็นมันไม่ได้ผิด หรือทำบาป...
หมี่ก็ขอบคุณนะคะ ที่คุณได้รู้จักและเข้าใจหมี่มากขึ้น
แต่ถ้าสิ่งที่หมี่เป็นมันเห็นแก่ตัว มันผิด
เราคงต้องคุยกัน...
หมี่จะเริ่มต้นทำให้คุณรู้จักและเห็นหมี่อย่างที่หมี่เป็น
ไม่ใช่อย่างที่คุณอยากเห็น
พระเจ้าสร้างคนทุกคนมาอย่างพิเศษมากจริงๆ ค่ะ
12.4.52
4.4.52
เปิดฉาก...
ครบ 5 วัน สำหรับที่ทำงานแห่งใหม่
เป็น 5 วันที่หนัก เหนื่อย
แสนสาหัสสำหรับหมี่พอดูเหมือนกันนะ
เพราะนอกจากงานที่ทำ ยังต้องมีงานอื่นๆ ที่รับผิดชอบอยู่ด้วย
กลับบ้านไม่ต่ำกว่า 23.30 น.ทุกวัน
แล้วก็ต้องมาเคลียร์งานค้าง
แล้วก็.....
แล้วก็.....
ใช้ร่างกายได้คุ้มจนไม่สมดุลเลยล่ะ
ทำให้กาแฟที่ไม่ได้กินไปหลายวัน ก็กลับมาเป็นยากระตุ้นยามเช้า
ตั้งใจจะเลิกอีกครั้ง
สัปดาห์หน้าจะใช้ชีวิตใหม่
เมื่อวานนี้ถึงบ้านตอน ตี 3
ตัดต่อรายการที่ออกอากาศวันนี้
เปิดฉากสัปดาห์แรกก็โหดใช้ได้
(หลายๆ คนก็ตกใจว่า หมี่ทำงานมา 5 วันเองเรอะ)
แต่หมี่ว่า แบบนี้ล่ะ กำลังดี
ใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นเขาทำๆ กันบ้าง
ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ
นี่คือความรับผิดชอบ
หลังจากนั้นก็ทำในสิ่งที่ตัวเองควรทำ
นี่คือจริยธรรมและความถูกต้อง
จะได้มีเวลาและเรี่ยวแรงไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
นี่คือความสมดุลของการพักผ่อน
....
คิดทฤษฎีใหม่แบบเอาแต่ใจตัวเองเกินไปไหมเนี่ย
จะได้มีเวลาและเรี่ยวแรงไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
สู้ต่อไป
ท่องโลกกว้างต่อไป...หมี่เอ๋ย
เป็น 5 วันที่หนัก เหนื่อย
แสนสาหัสสำหรับหมี่พอดูเหมือนกันนะ
เพราะนอกจากงานที่ทำ ยังต้องมีงานอื่นๆ ที่รับผิดชอบอยู่ด้วย
กลับบ้านไม่ต่ำกว่า 23.30 น.ทุกวัน
แล้วก็ต้องมาเคลียร์งานค้าง
แล้วก็.....
แล้วก็.....
ใช้ร่างกายได้คุ้มจนไม่สมดุลเลยล่ะ
ทำให้กาแฟที่ไม่ได้กินไปหลายวัน ก็กลับมาเป็นยากระตุ้นยามเช้า
ตั้งใจจะเลิกอีกครั้ง
สัปดาห์หน้าจะใช้ชีวิตใหม่
เมื่อวานนี้ถึงบ้านตอน ตี 3
ตัดต่อรายการที่ออกอากาศวันนี้
เปิดฉากสัปดาห์แรกก็โหดใช้ได้
(หลายๆ คนก็ตกใจว่า หมี่ทำงานมา 5 วันเองเรอะ)
แต่หมี่ว่า แบบนี้ล่ะ กำลังดี
ใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นเขาทำๆ กันบ้าง
ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ
นี่คือความรับผิดชอบ
หลังจากนั้นก็ทำในสิ่งที่ตัวเองควรทำ
นี่คือจริยธรรมและความถูกต้อง
จะได้มีเวลาและเรี่ยวแรงไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
นี่คือความสมดุลของการพักผ่อน
....
คิดทฤษฎีใหม่แบบเอาแต่ใจตัวเองเกินไปไหมเนี่ย
จะได้มีเวลาและเรี่ยวแรงไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
สู้ต่อไป
ท่องโลกกว้างต่อไป...หมี่เอ๋ย
2.4.52
เปราะบาง
เปราะบาง...
เวลาที่ได้ยินคำนี้ มักจะรู้สึกถึงภาชนะทำด้วยอิฐหรือดินบางๆ
พร้อมจะแตกได้ทันที เมื่อเราเคาะ เจาะ หรือทำตกพื้น
มีพี่คนหนึ่งบอกว่าหมี่เปราะบาง...
หมี่ไม่ได้เป็นคนเปราะบางเลยนะ
หมี่ไม่ได้ถูกทำลายง่ายๆ ด้วยอะไรบางอย่าง
สิ่งที่อยู่ข้างในมันค่อนข้างจะ ...แน่น..
อาจจะมีบางครั้งที่รู้สึกกลวงบ้าง แต่ก็เพื่อให้ความแน่น มันแน่นมากขึ้นน่ะ
วันนี้ตอนเดินทางไปทำงาน
อยู่ดีๆ ก็คิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคน..
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ระหว่างกันและกัน
ความสัมพันธ์ในหลายๆ รูปแบบ มีความ "เปราะบาง"
และความสัมพันธ์ของคนหลายคนที่ดูแนบแน่น ก็อาจจะ "เปราะบาง"
ทำให้เรา "เจ็บ" แบบแตกกระจายได้ง่ายเกินไป
เวลาที่หมี่จะสร้างสัมพันธ์หรือรู้จักกับใครสักคน
มันเป็นการก่อตัวจากข้างในนะ ค่อยๆ แน่นขึ้นจากข้างใน
มันก็เลยไม่ค่อยเปราะบางมากนัก สำหรับตัวหมี่เอง
ความสัมพันธ์ที่อบอุ่น แนบแน่น..
สร้างความมั่นใจและมั่นคงให้กับเราเสมอ
ในเวลาทุกข์ร้อน เหนื่อย อ่อนแรง หมดหวัง
ความอบอุ่นและความเต็มในใจ เป็นอาวุธสำคัญในการใช้ชีวิตนะคะ
ถ้าหากเราเป็นอิฐกลวงๆ ที่หนาหน่อย อาจจะทะลุเข้าไปข้างในได้ยาก
แต่ว่าความกลวงของมัน ก็ทำให้มันเปราะบาง
หมี่คิดว่า บางทีอาจจะต้องเอาไม้ปลายแหลมค่อยๆ เจาะทะลุเข้าไป
เพื่อเปิดช่องว่างสำหรับการเติมเต็ม โดยไม่ให้อิฐก้อนนั้นแตก
แน่นอนล่ะ มันจะเจ็บ จี๊ดๆ และมีบาดแผล
คงต้องใช้เวลานาน...
กว่าช่องว่างข้างในจะถูกเติมเต็มจนแผลนั้นไม่เป็นแผลอีก
แต่ดีกว่าปล่อยให้มันกลวงไปเรื่อยๆ
และต้องคอยรักษาเอาไว้ด้วยความกลัว
กลัวว่ามันจะแตกวันไหน เมื่อไหร่ จะเจ็บแค่ไหน...
ทรมาน
หมี่ตั้งใจว่า ทุกความสัมพันธ์ที่จะเจอต่อไป
คุณแม่ คุณพ่อ น้องชาย น้องสาว
เพื่อนใหม่ เพื่อนเก่า เพื่อนสนิท เพื่อนในพันธสัญญา
ทุกคนที่อยู่ในขอบข่ายที่หมี่จะรัก และห่วงใย
และคนที่หมี่จะใช้ชีวิตด้วยจนถึงวันสุดท้าย
จะทำพันธสัญญากันว่า ความสัมพันธ์ของเราจะเริ่มจากภายใน
หมี่จะยอมให้เขาเจาะเข้าไปในหัวใจ ยอมเจ็บก็ได้ ถ้าเราจะรักกันมากขึ้น
และถ้าเขายอม หมี่จะเจาะเข้าไปในหัวใจของเขา
แล้วก็ช่วยกันเติมให้เต็ม ให้หนักแน่น มั่นคง
แล้วไม่ว่าจะถูกทุบ กระแทก ตกแตก ก็จะไม่มีวันทำลาย
ความสัมพันธ์ที่หมี่เลือกและตัดสินใจสร้าง จะไม่เปราะบาง..
.
.
.
.
วันนี้เป็นโหมดจริงจังและลึกซึ้งค่ะ
^_^
เวลาที่ได้ยินคำนี้ มักจะรู้สึกถึงภาชนะทำด้วยอิฐหรือดินบางๆ
พร้อมจะแตกได้ทันที เมื่อเราเคาะ เจาะ หรือทำตกพื้น
มีพี่คนหนึ่งบอกว่าหมี่เปราะบาง...
หมี่ไม่ได้เป็นคนเปราะบางเลยนะ
หมี่ไม่ได้ถูกทำลายง่ายๆ ด้วยอะไรบางอย่าง
สิ่งที่อยู่ข้างในมันค่อนข้างจะ ...แน่น..
อาจจะมีบางครั้งที่รู้สึกกลวงบ้าง แต่ก็เพื่อให้ความแน่น มันแน่นมากขึ้นน่ะ
วันนี้ตอนเดินทางไปทำงาน
อยู่ดีๆ ก็คิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคน..
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ระหว่างกันและกัน
ความสัมพันธ์ในหลายๆ รูปแบบ มีความ "เปราะบาง"
และความสัมพันธ์ของคนหลายคนที่ดูแนบแน่น ก็อาจจะ "เปราะบาง"
ทำให้เรา "เจ็บ" แบบแตกกระจายได้ง่ายเกินไป
เวลาที่หมี่จะสร้างสัมพันธ์หรือรู้จักกับใครสักคน
มันเป็นการก่อตัวจากข้างในนะ ค่อยๆ แน่นขึ้นจากข้างใน
มันก็เลยไม่ค่อยเปราะบางมากนัก สำหรับตัวหมี่เอง
ความสัมพันธ์ที่อบอุ่น แนบแน่น..
สร้างความมั่นใจและมั่นคงให้กับเราเสมอ
ในเวลาทุกข์ร้อน เหนื่อย อ่อนแรง หมดหวัง
ความอบอุ่นและความเต็มในใจ เป็นอาวุธสำคัญในการใช้ชีวิตนะคะ
ถ้าหากเราเป็นอิฐกลวงๆ ที่หนาหน่อย อาจจะทะลุเข้าไปข้างในได้ยาก
แต่ว่าความกลวงของมัน ก็ทำให้มันเปราะบาง
หมี่คิดว่า บางทีอาจจะต้องเอาไม้ปลายแหลมค่อยๆ เจาะทะลุเข้าไป
เพื่อเปิดช่องว่างสำหรับการเติมเต็ม โดยไม่ให้อิฐก้อนนั้นแตก
แน่นอนล่ะ มันจะเจ็บ จี๊ดๆ และมีบาดแผล
คงต้องใช้เวลานาน...
กว่าช่องว่างข้างในจะถูกเติมเต็มจนแผลนั้นไม่เป็นแผลอีก
แต่ดีกว่าปล่อยให้มันกลวงไปเรื่อยๆ
และต้องคอยรักษาเอาไว้ด้วยความกลัว
กลัวว่ามันจะแตกวันไหน เมื่อไหร่ จะเจ็บแค่ไหน...
ทรมาน
หมี่ตั้งใจว่า ทุกความสัมพันธ์ที่จะเจอต่อไป
คุณแม่ คุณพ่อ น้องชาย น้องสาว
เพื่อนใหม่ เพื่อนเก่า เพื่อนสนิท เพื่อนในพันธสัญญา
ทุกคนที่อยู่ในขอบข่ายที่หมี่จะรัก และห่วงใย
และคนที่หมี่จะใช้ชีวิตด้วยจนถึงวันสุดท้าย
จะทำพันธสัญญากันว่า ความสัมพันธ์ของเราจะเริ่มจากภายใน
หมี่จะยอมให้เขาเจาะเข้าไปในหัวใจ ยอมเจ็บก็ได้ ถ้าเราจะรักกันมากขึ้น
และถ้าเขายอม หมี่จะเจาะเข้าไปในหัวใจของเขา
แล้วก็ช่วยกันเติมให้เต็ม ให้หนักแน่น มั่นคง
แล้วไม่ว่าจะถูกทุบ กระแทก ตกแตก ก็จะไม่มีวันทำลาย
ความสัมพันธ์ที่หมี่เลือกและตัดสินใจสร้าง จะไม่เปราะบาง..
.
.
.
.
วันนี้เป็นโหมดจริงจังและลึกซึ้งค่ะ
^_^
31.3.52
Creative ++++
เคยมีหลายคนเรียกหมี่ว่าเป็นนัก "creative"
ชอบสร้างสรรค์ บรรเจิด วาดวิมานในอากาศ
.
.
.
.
Gsus7 ช่วยตอกย้ำตัวเองได้ชัดเจนมากขึ้นว่า หมี่ไม่ได้เป็นนักฝัน
ไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์แหวกแนวมากกว่าคนอื่นเท่าไหร่เลย
หมี่ได้เจอนักฝัน นักสร้างสรรค์โลกใบใหม่ใน Gsus7 หลายคนเลยค่ะ
ขอให้มีอะไรจุดประกายมา เขาพร้อมสร้างฝัน ต่ิอยอดจินตนาการได้ทันที
และเรื่อยๆ...
หมี่ amazing กับเขามากๆ เลยนะคะ เพราะว่าหมี่ทำอะไรแบบนั้นไม่ได้น่ะ
แต่สงสัยไหมว่า ทำไมหมี่ได้รับหน้าที่ creative มาตลอด
(ปัจจุบัน ทำงานที่ใหม่ก็ได้เป็น creative)
.
.
.
.
เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้ว
หน้าปกเป็นรูปหลอดไฟ เนื้อหาเกี่ยวกับการ creative
เขาบอกว่า ไม่มีสิ่งใหม่ในโลกใบนี้
การ creative คือการเอาสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาปรับ เปลี่ยน ประยุกต์ แปะเข้าด้วยกัน
จนเกิดอะไรบางอย่างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ "เพื่อการใช้งานได้จริง"
งาน creative ที่หมี่ทำ คือเอาสิ่งที่ทุกคนคิด มารวมกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว
มารวมกับเป้าหมาย แล้วก็เขียนมันออกมาให้คนเห็นและเข้าใจ
ท่านที่เป็นนักฝันก็ฝันไปเถิดค่ะ โลกใบนี้จำเป็นต้องมีจินตนาการ
ท่านที่เป็นบริหาร ก็บริหารเถิดค่ะ มีหลายอย่างมากเหลือเกินที่ต้องจัดการ
ท่านที่เป็นนักประสานงาน ก็ประสานงานอย่างดี อย่างที่ท่านทำอยู่แล้ว
ท่านที่เป็นนักขาย ก็นำเสนอสิ่งดีที่ท่านมีด้วยความรักต่อไป...
หมี่ขอเป็นนักเล่าเรื่องที่เก็บเกี่ยวเรื่องราวของทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง
แล้วสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวใหม่...
ที่จะส่งผลให้เกิดสิ่งดีๆ มากมายบนโลกใบนี้นะคะ
โลกนี้อาจจะไม่มีสิ่งใหม่
แต่โลกนี้มีเรื่องราวใหม่เสมอค่ะ
ชอบสร้างสรรค์ บรรเจิด วาดวิมานในอากาศ
.
.
.
.
Gsus7 ช่วยตอกย้ำตัวเองได้ชัดเจนมากขึ้นว่า หมี่ไม่ได้เป็นนักฝัน
ไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์แหวกแนวมากกว่าคนอื่นเท่าไหร่เลย
หมี่ได้เจอนักฝัน นักสร้างสรรค์โลกใบใหม่ใน Gsus7 หลายคนเลยค่ะ
ขอให้มีอะไรจุดประกายมา เขาพร้อมสร้างฝัน ต่ิอยอดจินตนาการได้ทันที
และเรื่อยๆ...
หมี่ amazing กับเขามากๆ เลยนะคะ เพราะว่าหมี่ทำอะไรแบบนั้นไม่ได้น่ะ
แต่สงสัยไหมว่า ทำไมหมี่ได้รับหน้าที่ creative มาตลอด
(ปัจจุบัน ทำงานที่ใหม่ก็ได้เป็น creative)
.
.
.
.
เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้ว
หน้าปกเป็นรูปหลอดไฟ เนื้อหาเกี่ยวกับการ creative
เขาบอกว่า ไม่มีสิ่งใหม่ในโลกใบนี้
การ creative คือการเอาสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาปรับ เปลี่ยน ประยุกต์ แปะเข้าด้วยกัน
จนเกิดอะไรบางอย่างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ "เพื่อการใช้งานได้จริง"
งาน creative ที่หมี่ทำ คือเอาสิ่งที่ทุกคนคิด มารวมกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว
มารวมกับเป้าหมาย แล้วก็เขียนมันออกมาให้คนเห็นและเข้าใจ
ท่านที่เป็นนักฝันก็ฝันไปเถิดค่ะ โลกใบนี้จำเป็นต้องมีจินตนาการ
ท่านที่เป็นบริหาร ก็บริหารเถิดค่ะ มีหลายอย่างมากเหลือเกินที่ต้องจัดการ
ท่านที่เป็นนักประสานงาน ก็ประสานงานอย่างดี อย่างที่ท่านทำอยู่แล้ว
ท่านที่เป็นนักขาย ก็นำเสนอสิ่งดีที่ท่านมีด้วยความรักต่อไป...
หมี่ขอเป็นนักเล่าเรื่องที่เก็บเกี่ยวเรื่องราวของทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง
แล้วสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวใหม่...
ที่จะส่งผลให้เกิดสิ่งดีๆ มากมายบนโลกใบนี้นะคะ
โลกนี้อาจจะไม่มีสิ่งใหม่
แต่โลกนี้มีเรื่องราวใหม่เสมอค่ะ
28.3.52
ความรับผิดชอบ...
หนึ่งเรื่องสำคัญที่ได้เรียนรู้จาก Gsus7
คือ ความรับผิดชอบ...
ความรับผิดชอบเป็นต้นกำเนิดของความสำเร็จ
คนที่มีความรับผิดชอบ เขาจะได้ดูแลสิ่งที่ใหญ่โตและมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ความรับผิดชอบนั้นต้องประกอบด้วยความรู้ ความเข้าใจ
และการเปลี่ยนแปลงเติบโตในแต่ละวัน
2 เดือนแรก หมี่อยู่ที่ Gsus7 ในฐานะของ Producer รายการโทรทัศน์ 4 รายการ
ด้วยความกดดันเป็นอย่างมาก เพราะเรารู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองไม่ชอบทำงานโทรทัศน์
และในตอนนั้น ไม่มีทีมงานที่เชี่ยวชาญ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ไม่มีอะไรเลย
มีแต่ช่วงเวลาที่ว่างๆ รอรายการเราเข้าไปออกอากาศ
และใจของคนทำงาน งงๆ ไม่กี่คน
หลายๆ ครั้งมันก็รู้สึกว่าอยากจะทิ้ง แล้ววิ่งหนีออกมาทำในสิ่งที่อยากจะทำ
แต่พ่อกับแม่เลี้ยงดูหมี่มาดีมาก สิ่งที่แม่สร้างคือความรับผิดชอบในตัวเอง
หน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ถืออยู่ และการรับผลของ "ผิดและชอบ"
จากการเลือกด้วยตัวเอง
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ
มนุษย์กล้าเลือก กล้าทำ แต่เมื่อเกิดปัญหาก็โทษกันไปมา
ปกป้องตัวเอง เพราะไม่กล้ารับผิด
ช่องว่างของงาน เกิดขึ้นเพราะบางคนไม่รับผิดชอบมันจนถึงที่สุด
ความกดดันที่มากเกินไป
เกิดจากความไม่เข้าใจ ว่าแต่ละคนต้องรับผิดชอบกับตัวเองอย่างไร
หมี่เคยทำงานหนักมาก จนป่วย
เครียดมาก คิดว่าทุกอย่างเป็นความรับผิดชอบของหมี่
พอมีอะไรผิดพลาดก็รู้สึกว่า ทำไมชีวิตนี้ชั้นทำอะไรล้มเหลวตลอดเวลา
ทั้งที่จริงแล้ว มันไม่จำเป็นต้องคิดอย่างนั้นเลย
หมี่เคยได้รับงานที่มีหน้าที่เข้าไปจัดการช่วยในความรับผิดชอบของคนอื่น
กลายเป็นจุ้นจ้าน หาเรื่อง ทำงานเกินความรับผิดชอบของตัวเอง
หมี่เคยรับทำงานทั้งที่เราไม่มีความรู้อะไรเลย
แม้ด้วยความรับผิดชอบเต็มที่ของเรา งานก็ยังออกมาน่าสมเพช
หลายๆ ครั้งเหนื่อย เือือมระอา แล้วก็ทำนิสัยเหมือนคนเห็นแก่ตัว
ไม่ร่วมมือ ไม่ช่วยงาน...
เพราะอยากให้หลายๆ คนเข้าใจคำว่า รับผิดชอบ ให้มากขึ้น
ความรู้สึก เจ็บๆ ปวดๆ แย่ๆ ในใจ หลายครั้งเกิดจากการ "รับผิด"
แต่มันทำให้หมี่โตขึ้น และเตรียมหมี่ให้พร้อมกับการ "รับชอบ"
เวลาที่เราไม่รู้สึกว่าเรากำลังผิดพลาดอะไรเลย หรือต่ิอสู้กับอะไรเลย
บางทีก็ต้องกลับมาย้อนคิดว่า เอ หรือเรากลายเป็นคนไม่รับผิดชอบไปเสียแล้ว
ครั้งที่รับผิดชอบตำแหน่ง Project manager งานแถลงข่าวรายการนิยมกล้อง
ความรับผิดชอบในตอนนั้นมันใหญ่หลวงมาก
แต่ปัญหาที่ลอยมาให้แก้ไขเป็นแพ ก็คลี่คลายด้วยดี
สิ่งที่ดูเหมือนไม่น่าเิกิดได้ภายในไม่กี่วัน ก็เกิด
ทีมงานมากมาย แม้จะใหม่กันหมด แต่ก็ตบเท้าไปด้วยกันเต็มที่
ความเครียด ความกดดัน ความเหน็ดเหนื่อย คุ้ม เมื่อแลกกับความภูิมิใจ
ผ่านมา 2 ปี หมี่ค้นพบว่า ความรับผิดชอบเป็นของขวัญที่มีพลังในการขับเคลื่อนของชีวิต
หมี่ได้รับมันมาเยอะ ไม่ต้องสร้างใหม่มาก...
แต่ที่นี่สอนให้หมี่พัฒนา รู้จัก เข้าใจ และใช้มันอย่างถูกต้องมากขึ้น
และสิ่งที่เหลือไว้ และปรารถนาจะให้เป็น
คือ คนที่อยู่ที่นี่ทุกคนจะรู้จักคำว่า "รับผิดชอบ" อย่างดี
ถ่องแท้ ลึกเข้าไปในหัวใจ
คือ ความรับผิดชอบ...
ความรับผิดชอบเป็นต้นกำเนิดของความสำเร็จ
คนที่มีความรับผิดชอบ เขาจะได้ดูแลสิ่งที่ใหญ่โตและมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ความรับผิดชอบนั้นต้องประกอบด้วยความรู้ ความเข้าใจ
และการเปลี่ยนแปลงเติบโตในแต่ละวัน
2 เดือนแรก หมี่อยู่ที่ Gsus7 ในฐานะของ Producer รายการโทรทัศน์ 4 รายการ
ด้วยความกดดันเป็นอย่างมาก เพราะเรารู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองไม่ชอบทำงานโทรทัศน์
และในตอนนั้น ไม่มีทีมงานที่เชี่ยวชาญ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ไม่มีอะไรเลย
มีแต่ช่วงเวลาที่ว่างๆ รอรายการเราเข้าไปออกอากาศ
และใจของคนทำงาน งงๆ ไม่กี่คน
หลายๆ ครั้งมันก็รู้สึกว่าอยากจะทิ้ง แล้ววิ่งหนีออกมาทำในสิ่งที่อยากจะทำ
แต่พ่อกับแม่เลี้ยงดูหมี่มาดีมาก สิ่งที่แม่สร้างคือความรับผิดชอบในตัวเอง
หน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ถืออยู่ และการรับผลของ "ผิดและชอบ"
จากการเลือกด้วยตัวเอง
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ
มนุษย์กล้าเลือก กล้าทำ แต่เมื่อเกิดปัญหาก็โทษกันไปมา
ปกป้องตัวเอง เพราะไม่กล้ารับผิด
ช่องว่างของงาน เกิดขึ้นเพราะบางคนไม่รับผิดชอบมันจนถึงที่สุด
ความกดดันที่มากเกินไป
เกิดจากความไม่เข้าใจ ว่าแต่ละคนต้องรับผิดชอบกับตัวเองอย่างไร
หมี่เคยทำงานหนักมาก จนป่วย
เครียดมาก คิดว่าทุกอย่างเป็นความรับผิดชอบของหมี่
พอมีอะไรผิดพลาดก็รู้สึกว่า ทำไมชีวิตนี้ชั้นทำอะไรล้มเหลวตลอดเวลา
ทั้งที่จริงแล้ว มันไม่จำเป็นต้องคิดอย่างนั้นเลย
หมี่เคยได้รับงานที่มีหน้าที่เข้าไปจัดการช่วยในความรับผิดชอบของคนอื่น
กลายเป็นจุ้นจ้าน หาเรื่อง ทำงานเกินความรับผิดชอบของตัวเอง
หมี่เคยรับทำงานทั้งที่เราไม่มีความรู้อะไรเลย
แม้ด้วยความรับผิดชอบเต็มที่ของเรา งานก็ยังออกมาน่าสมเพช
หลายๆ ครั้งเหนื่อย เือือมระอา แล้วก็ทำนิสัยเหมือนคนเห็นแก่ตัว
ไม่ร่วมมือ ไม่ช่วยงาน...
เพราะอยากให้หลายๆ คนเข้าใจคำว่า รับผิดชอบ ให้มากขึ้น
ความรู้สึก เจ็บๆ ปวดๆ แย่ๆ ในใจ หลายครั้งเกิดจากการ "รับผิด"
แต่มันทำให้หมี่โตขึ้น และเตรียมหมี่ให้พร้อมกับการ "รับชอบ"
เวลาที่เราไม่รู้สึกว่าเรากำลังผิดพลาดอะไรเลย หรือต่ิอสู้กับอะไรเลย
บางทีก็ต้องกลับมาย้อนคิดว่า เอ หรือเรากลายเป็นคนไม่รับผิดชอบไปเสียแล้ว
ครั้งที่รับผิดชอบตำแหน่ง Project manager งานแถลงข่าวรายการนิยมกล้อง
ความรับผิดชอบในตอนนั้นมันใหญ่หลวงมาก
แต่ปัญหาที่ลอยมาให้แก้ไขเป็นแพ ก็คลี่คลายด้วยดี
สิ่งที่ดูเหมือนไม่น่าเิกิดได้ภายในไม่กี่วัน ก็เกิด
ทีมงานมากมาย แม้จะใหม่กันหมด แต่ก็ตบเท้าไปด้วยกันเต็มที่
ความเครียด ความกดดัน ความเหน็ดเหนื่อย คุ้ม เมื่อแลกกับความภูิมิใจ
ผ่านมา 2 ปี หมี่ค้นพบว่า ความรับผิดชอบเป็นของขวัญที่มีพลังในการขับเคลื่อนของชีวิต
หมี่ได้รับมันมาเยอะ ไม่ต้องสร้างใหม่มาก...
แต่ที่นี่สอนให้หมี่พัฒนา รู้จัก เข้าใจ และใช้มันอย่างถูกต้องมากขึ้น
และสิ่งที่เหลือไว้ และปรารถนาจะให้เป็น
คือ คนที่อยู่ที่นี่ทุกคนจะรู้จักคำว่า "รับผิดชอบ" อย่างดี
ถ่องแท้ ลึกเข้าไปในหัวใจ
27.3.52
ทบทวน...
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชั้นเสวนาตอนเช้าของบริษัท
พูดถึงเรื่องที่น่าสนใจ 3 หัวข้อ
ข้อแรก... ได้อะไรจากการทำงานที่นี่
ข้อสอง... ทำงานที่นี่เพื่ออะไร
ข้อสาม... สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง
อืมมม
น่าตื่นเต้นเหมือนกันนะ
มีคำตอบมากมายหลายข้อเลยทีเดียว
ไหนๆ ก็ทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว (2 ปีนี่ถือว่าเยอะสำหรับหมี่แล้วค่ะ)
ลองทบทวนกันหน่อย....
พูดถึงเรื่องที่น่าสนใจ 3 หัวข้อ
ข้อแรก... ได้อะไรจากการทำงานที่นี่
ข้อสอง... ทำงานที่นี่เพื่ออะไร
ข้อสาม... สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง
อืมมม
น่าตื่นเต้นเหมือนกันนะ
มีคำตอบมากมายหลายข้อเลยทีเดียว
ไหนๆ ก็ทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว (2 ปีนี่ถือว่าเยอะสำหรับหมี่แล้วค่ะ)
ลองทบทวนกันหน่อย....
20.3.52
พรมแดนท้าทาย
วงจรการพัฒนาชีวิตมนุษย์รูปแบบหนึ่งในการเติบโต...
ที่จะเรียนรู้จักตัวเองและพัฒนาด้านต่างๆ ในชีัวิต
เป็นวงจรที่ประกอบไปด้วย
"สภาวะเสถียรภาพ"
"่พรมแดนท้าทาย"
และ "สภาวะใหม่"
และเมื่อปรับตัวได้ ก็เข้าสู่ "สภาวะเสถียรภาพ" อีกครั้ง
ความเสถียรภาพทำให้ชีวิตดูมั่นคง (มองข้อดี)
สิ่งใหม่ๆ ทำให้ชีวิตตื่นเต้น (มองข้อดีเช่นกันค่ะ)
สิ่งสำคัญอยู่ในช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจว่า จะเปลี่ยนแปลงไหม
การเปลี่ยนแปลงมักนำมาซึ่งความรู้สึกบางอย่าง
ที่กระทบต่อความมั่นคงในจิตใจ
คิดถูกหรือเปล่า...
ควรหรือไม่ควร...
เพราะข้อมูลที่มีและความเข้าใจเราอาจจะน้อยเกินไป
หวาดกลัว...
ไม่มั่นใจ...
เพราะถ้าตัดสินใจแล้ว ก็ไม่รู้จะเจออะไรต่อไป
แปลกใหม่...
ตื่นเต้น...
เพราะลุ้น ว่าถ้าตัดสินใจแล้วจะเจออะไรต่อไป
พรมแดนท้าทายเป็นเรื่องของการตัดสินใจ
เป็นความท้าทายในการเลือก...
เลือกว่า จะอยู่ในสภาวะเดิมที่ดูมั่นคงอยู่แล้ว
ไม่ต้องปรับตัว ไม่ต้องเจอกับแรงเสียดทานใหม่ๆ
หรือ จะก้าวไปสู่สภาวะใหม่
ที่ต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
===============
กับคนอื่นๆ ความมั่นคงอาจจะเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตนะ
แต่สำหรับหมี่...
ความมั่นคงในจิตใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เรายืนอยู่ที่ไหน
เราทำอะไร หรือเรากำลังจะเจออะไร
ความมั่นคงในชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า
เรามีเงินเท่าไหร่ เรามีเพื่อนกี่คน
ร่างกายของเราใช้การได้ดีหรือไม่
ตำแหน่งงานของเราคืออะไร
เราทำงานอยู่ในองค์กรอะไร
แต่ขึ้นอยู่กับว่า เรามองที่อะไร โอกาสหรือปัญหา
และสิ่งที่เรามีทุกอย่าง เรามองมันอย่างไร
=============
ทุกครั้งที่เราจะตัดสินใจ เรามักจะประเมินและประมวลสิ่งต่างๆ ที่เรามี
การเรีัยนรู้ที่ผ่านมา ความเติบโตของเรา
สถานการณ์รอบด้าน ความคิดเห็นของคนอื่นๆ
ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ก็จะเป็นคำตอบของคำถามที่บอกว่า...
ควรก้าวข้ามพรมแดนนั้นไปหรือไม่
แต่ไม่ว่าคำตอบเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็จะได้ประเมินผลตัวเราเอง
จุดอ่อน/จุดแข็ง
ความสามารถที่เพิ่มขึ้น/ ลดลง
นิสัยที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น/ แย่ลง
เนี่ยแหละ...
จุดเริ่มต้นของการเติบโตที่จะเรียนรู้จักตัวเองและและพัฒนาชีวิต
===============
หมี่กำลังจะเปลี่ยนงาน...
ย้ายไปทำงานเป็น Co-Producer ที่ TPBS ตามโอกาสและคำแนะนำที่เข้ามา
กลับเข้าสู่งานโทรทัศน์เต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง
กลัวเหมือนกันนะ กับงานโทรทัศน์ที่เรารู้สึกว่ามันกดดัน
แต่ก็มั่นใจว่าองค์กรที่ยิ่งใหญ่และดูมั่นคงขึ้น จะเปิดโหมดการเรียนรู้ใหม่ๆ
หมี่ก็โตพอที่จะทำได้ แล้วก็จะโตขึ้นไปอีก
แล้วเอาสิ่งดีๆ ที่ได้รับมาเพิ่มเิติมให้คนอื่น
จริงๆ แล้วเรื่องการเปลี่ยนงาน ก็ถูกคิดและตัดสินใจมาสักพักแล้วล่ะ
ตอนนั้นแหละ เป็นช่วงเวลาของพรมแดนท้าทาย
ตอนนี้ก้าวข้าม "พรมแดนท้าทาย" ไปแล้ว เตรียมตัวเข้าสู่และเข้าสู้ "สภาวะใหม่"
ชีวิตเป็นเรื่องท้าทายนะคะ
ล้มบ้าง ถึงจะรู้ว่าความสำเร็จเป็นยังไง
หลงบ้าง ถึงจะรู้ว่า การเดินในเส้นทางที่ถูกมันสำคัญแค่ไหน
หัวแข็งบ้าง ถึงจะรู้ว่า มีที่ปรึกษามากก็ปลอดภัย
อ่อนแอบ้าง ถึงจะรู้ว่า มิตรสหายมีไว้เพื่ออะไร
นี่คือเหตุผลที่ ทำไมหมี่ถึงสนุกกับการก้าวเข้าไปสู่พรมแดนท้าทายเสมอ
ตอนนี้อายุ 25 ปี
เปลี่ยนงานมา 4 ที่แล้ว
ยังไม่เคยได้ Bonus จากบริษัทไหนเลย
หมี่น่าจะถูกสร้างมาเพื่อการแสวงหาและตักตวงประสบการณ์
มากกว่า วางรากฐานลงบนสิ่งที่มั่นคงในสายตามนุษย์นะคะ
คิดว่าอย่างนั้นล่ะ
^_^
ที่จะเรียนรู้จักตัวเองและพัฒนาด้านต่างๆ ในชีัวิต
เป็นวงจรที่ประกอบไปด้วย
"สภาวะเสถียรภาพ"
"่พรมแดนท้าทาย"
และ "สภาวะใหม่"
และเมื่อปรับตัวได้ ก็เข้าสู่ "สภาวะเสถียรภาพ" อีกครั้ง
ความเสถียรภาพทำให้ชีวิตดูมั่นคง (มองข้อดี)
สิ่งใหม่ๆ ทำให้ชีวิตตื่นเต้น (มองข้อดีเช่นกันค่ะ)
สิ่งสำคัญอยู่ในช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจว่า จะเปลี่ยนแปลงไหม
การเปลี่ยนแปลงมักนำมาซึ่งความรู้สึกบางอย่าง
ที่กระทบต่อความมั่นคงในจิตใจ
คิดถูกหรือเปล่า...
ควรหรือไม่ควร...
เพราะข้อมูลที่มีและความเข้าใจเราอาจจะน้อยเกินไป
หวาดกลัว...
ไม่มั่นใจ...
เพราะถ้าตัดสินใจแล้ว ก็ไม่รู้จะเจออะไรต่อไป
แปลกใหม่...
ตื่นเต้น...
เพราะลุ้น ว่าถ้าตัดสินใจแล้วจะเจออะไรต่อไป
พรมแดนท้าทายเป็นเรื่องของการตัดสินใจ
เป็นความท้าทายในการเลือก...
เลือกว่า จะอยู่ในสภาวะเดิมที่ดูมั่นคงอยู่แล้ว
ไม่ต้องปรับตัว ไม่ต้องเจอกับแรงเสียดทานใหม่ๆ
หรือ จะก้าวไปสู่สภาวะใหม่
ที่ต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
===============
กับคนอื่นๆ ความมั่นคงอาจจะเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตนะ
แต่สำหรับหมี่...
ความมั่นคงในจิตใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เรายืนอยู่ที่ไหน
เราทำอะไร หรือเรากำลังจะเจออะไร
ความมั่นคงในชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า
เรามีเงินเท่าไหร่ เรามีเพื่อนกี่คน
ร่างกายของเราใช้การได้ดีหรือไม่
ตำแหน่งงานของเราคืออะไร
เราทำงานอยู่ในองค์กรอะไร
แต่ขึ้นอยู่กับว่า เรามองที่อะไร โอกาสหรือปัญหา
และสิ่งที่เรามีทุกอย่าง เรามองมันอย่างไร
=============
ทุกครั้งที่เราจะตัดสินใจ เรามักจะประเมินและประมวลสิ่งต่างๆ ที่เรามี
การเรีัยนรู้ที่ผ่านมา ความเติบโตของเรา
สถานการณ์รอบด้าน ความคิดเห็นของคนอื่นๆ
ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ก็จะเป็นคำตอบของคำถามที่บอกว่า...
ควรก้าวข้ามพรมแดนนั้นไปหรือไม่
แต่ไม่ว่าคำตอบเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็จะได้ประเมินผลตัวเราเอง
จุดอ่อน/จุดแข็ง
ความสามารถที่เพิ่มขึ้น/ ลดลง
นิสัยที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น/ แย่ลง
เนี่ยแหละ...
จุดเริ่มต้นของการเติบโตที่จะเรียนรู้จักตัวเองและและพัฒนาชีวิต
===============
หมี่กำลังจะเปลี่ยนงาน...
ย้ายไปทำงานเป็น Co-Producer ที่ TPBS ตามโอกาสและคำแนะนำที่เข้ามา
กลับเข้าสู่งานโทรทัศน์เต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง
กลัวเหมือนกันนะ กับงานโทรทัศน์ที่เรารู้สึกว่ามันกดดัน
แต่ก็มั่นใจว่าองค์กรที่ยิ่งใหญ่และดูมั่นคงขึ้น จะเปิดโหมดการเรียนรู้ใหม่ๆ
หมี่ก็โตพอที่จะทำได้ แล้วก็จะโตขึ้นไปอีก
แล้วเอาสิ่งดีๆ ที่ได้รับมาเพิ่มเิติมให้คนอื่น
จริงๆ แล้วเรื่องการเปลี่ยนงาน ก็ถูกคิดและตัดสินใจมาสักพักแล้วล่ะ
ตอนนั้นแหละ เป็นช่วงเวลาของพรมแดนท้าทาย
ตอนนี้ก้าวข้าม "พรมแดนท้าทาย" ไปแล้ว เตรียมตัวเข้าสู่และเข้าสู้ "สภาวะใหม่"
ชีวิตเป็นเรื่องท้าทายนะคะ
ล้มบ้าง ถึงจะรู้ว่าความสำเร็จเป็นยังไง
หลงบ้าง ถึงจะรู้ว่า การเดินในเส้นทางที่ถูกมันสำคัญแค่ไหน
หัวแข็งบ้าง ถึงจะรู้ว่า มีที่ปรึกษามากก็ปลอดภัย
อ่อนแอบ้าง ถึงจะรู้ว่า มิตรสหายมีไว้เพื่ออะไร
นี่คือเหตุผลที่ ทำไมหมี่ถึงสนุกกับการก้าวเข้าไปสู่พรมแดนท้าทายเสมอ
ตอนนี้อายุ 25 ปี
เปลี่ยนงานมา 4 ที่แล้ว
ยังไม่เคยได้ Bonus จากบริษัทไหนเลย
หมี่น่าจะถูกสร้างมาเพื่อการแสวงหาและตักตวงประสบการณ์
มากกว่า วางรากฐานลงบนสิ่งที่มั่นคงในสายตามนุษย์นะคะ
คิดว่าอย่างนั้นล่ะ
^_^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)